EP.4 - รีวิวคอนโด Kawa HAUS ความสดชื่นกับชีวิตริมน้ำใน T77

EP.4 - รีวิวคอนโด Kawa HAUS ความสดชื่นกับชีวิตริมน้ำใน T77

สวัสดีคุณผู้ที่อ่านน่ารักของ madoroom.com ทุกคนนะคะ วันนี้เราจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมโครงการ Kawa HAUS ย่านอ่อนนุช ซึ่งเป็นคอนโดตัวใหม่ของแบรนด์ HAUS ตั้งอยู่ใน T77 อ่อนนุช ซึ่งเป็น Community Hub ของ"แสนสิริ" เป็นคอนโด Low Rise ที่ตั้งอยู่ริมน้ำ (คลองพระโขนง) จุดเด่นของแบรนด์นี้อยู่ที่ การออกแบบคอนโดในสไตล์รีสอร์ท ซึ่งโอบล้อมด้วยธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์เพื่อให้คุณหลีกหนีความวุ่นวายจากใจกลางเมืองสู่สวรรค์แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง ต้องบอกไว้ก่อนเลยว่า ที่นี่มีครบทั้งธรรมชาติที่งดงาม การพักผ่อนที่เงียบสงบ และความทันสมัยที่รอบด้าน ซึ่งเราจะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ Kawa HAUS ให้มากขึ้น ตามมาเลยค่า

โครงการ Kawa HAUS เป็นคอนโดตัวล่าสุดซึ่งเป็นตัวที่สามของแบรนด์ HAUS ซึ่งก่อนหน้านี้ประสบความสำเร็จและสร้างชื่อเสียงให้กับแสนสิริมาแล้วถึง 2 โครงการ คือโครงการ hasu HAUS และ mori HAUS ซึ่งตั้งอยู่ใน T77 Community เช่นกัน ที่ตอนนี้กลายเป็นแหล่งพักอาศัยขนาดใหญ่ที่แสนสิริก่อตั้งขึ้น และพร้อมที่จะพัฒนาและยกระดับการใช้ชีวิตของคนในชุมชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งปัจจุบันมีโครงการที่พักอาศัยถึง 8 โครงการ มี Community mall แห่งใหม่อย่าง HABITO ที่รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตในแบบที่เป็นคุณไว้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ยังมี โรงเรียนนานาชาติ Bangkok Prep และ Dental Hospital อีกด้วย

Kawa HAUS อ่อนนุช เป็นคอนโด Low Rise จำนวน 3 อาคาร สูง 7 ชั้น มีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น สร้างบนเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ มีห้องพักอาศัยทั้งหมด 546 ยูนิต ห้องมีให้เลือก 2 แบบ คือแบบ 1 ห้องนอน และ 2 ห้องนอน ขนาดห้องเริ่มต้นที่ 29.75 – 78.75 ตร.ม. คาดว่าจะสร้างเสร็จและพร้อมเข้าอยู่ในปี 2563 ตัวโครงการอยู่ใกล้กับรถไฟฟ้า BTS อ่อนนุช และ BTS พระโขนง ใกล้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางด่วนเฉลิมมหานคร


ข้อมูลทั่วไปและรายละเอียดของโครงการ Kawa HAUS

  • ราคาเริ่มต้น  4,590,000 บาท
  • ราคาต่อตารางเมตร  ประมาณ 155,000 บาท/ตารางเมตร
  • เจ้าของโครงการ  บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)
  • อาคาร  Low Rise สูง 7 ชั้น จำนวน 3 อาคาร
  • จำนวนห้องพัก  546 ยูนิต
  • เนื้อที่ทั้งหมด  6 ไร่
  • ที่ตั้งโครงการ  ถนนสุขุมวิท 77 แขวงประเวศ เขตประเวศ กทม. 10250
  • เริ่มก่อสร้าง  ปี 2561
  • คาดว่าจะแล้วเสร็จ ปี 2563
  • ค่าส่วนกลาง 67 บาท/ตารางเมตร
  • ค่ากองทุน 600 บาท/ตารางเมตร
  • สอบถามเพิ่มเติมโทร  1685
  • เว็บไซต์โครงการ  https://www.sansiri.com/condominium/kawa-haus/th

ประเภทห้องพักอาศัยโครงการ Kawa HAUS

  • 1 Bedroom 1 Bath ขนาด 29.75-43.25 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom 1 Bath ขนาด 50.50-60.00 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom 2 Bath ขนาด 59.75-78.75 ตารางเมตร 

ที่ตั้งของโครงการ Kawa HAUS

สำหรับโครงการ Kawa Haus เป็นหนึ่งในหลายๆ โครงการที่อยู่ใน Community Hub ที่ชื่อว่า T77 ซึ่งตั้งอยู่ในซอยสุขุมวิท 77 หรือซอยอ่อนนุช การเดินทางสามารถเข้าออกโครงการได้ 2 ทาง คือซอยสุขุมวิท 77 ซึ่งเป็นทางเข้าออกหลักของโครงการ T77 และอีกทางคือซอยสุขุมวิท 71 ผ่านเข้ามาทางซอยปรีดีพนมยงค์ 2 ลอดใต้ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ ก่อนจะเข้าสู่โครงการ 

บรรยากาศรอบๆ โครงการเป็นชุมชนใหญ่มีที่พักอาศัยมากมายๆ ทั้งรูปแบบของคอนโดมิเนียม อพาร์ทเม้นท์ ทาวน์โฮม ไปจนถึงบ้านเช่าที่อยู่ตามซอกซอยต่างๆ เพราะฉะนั้นแล้วในย่านนี้เรื่องอาหารการกินจึงถือว่ามีความอุดมสมบูรณ์มากๆ ทั้งร้านอาหารที่กระจายอยู่ในซอยอ่อนนุชเอง และซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ทั้ง Big C Extra ที่อยู่ตรงข้ามกับโครงการ T77 และ Tesco Lotus ที่อยู่ติดกับ BTS อ่อนนุช

สำหรับเรื่องการเดินทางถือว่าสะดวกมากเลยนะคะ เพราะโครงการอยู่ใกล้รถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุช แถมโครงการยังมี Shuttle Service คอยให้บริการจาก Habito Mall ไปส่งถึงสถานี BTS อ่อนนุช จึงถือว่าสะดวกมากๆ สำหรับใครที่ออฟฟิศอยู่ตามแนวรถไฟฟ้า

ส่วนการเดินทางด้วยรถยนต์ส่วนตัวนั้นสามารถเลือกใช้ได้หลายเส้นทางเลยค่ะ ทั้งถนนสุขุมวิทที่เป็นถนนสายหลัก มุ่งหน้าเข้าเมืองไปทางเอกมัย ทองหล่อ อโศก เพลินจิต ยาวไปจนถึงย่านสยามได้เลย หรือจะใช้ถนนพระรามสี่ ไปทางลุมพินี สาทร ยาวไปจนถึงสีลมก็ได้เช่นกัน ส่วนฝั่งขาออกก็สามารถวิ่งตรงไปตามถนนสุขุมวิทออกไปทางปุณณวิถี ไปถึงสี่แยกบางนาออกไปถึงสมุทรปราการได้ไม่ยากเช่นกัน แถมโครงการยังอยู่ใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนทั้งทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ และทางด่วนเฉลิมมหานครอีกต่างหาก 

ส่วนอีกด้านคือไปทางถนนสุขุมวิท 77 ฝั่งขาออกไปตัดกับถนนศรีนครินทร์ก่อนที่จะตรงยาวไปเชื่อมต่อกับถนนลาดกระบัง ซึ่งสามารถใช้เส้นทางนี้ไปถึงสนามบินสุวรรณได้เลยค่ะ

สถานที่สำคัญใกล้เคียงโครงการ Kawa HAUS

  • Habito mall
  • Bangkok Prep
  • Big C Extra อ่อนนุช
  • ตลาดอ่อนนุช
  • BTS อ่อนนุช
  • Tesco Lotus สุขุมวิท 50
  • People Park
  • Century The Movie Plaza
  • Summer Hil
  • The Phyll
  • Gateway เอกมัย
  • Major เอกมัย
  • The Beacon Place
  • Pickadaily Bangkok
  • Wells International School
  • Anglo Singapore International School
  • โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท
  • โรงพยาบาลสุขุมวิท

ในปีที่ผ่านๆ มา แสนสิริได้เปิดตัวแบรนด์ HAUS ซึ่งปัจจุบันมีโครงการภายใต้แบรนด์นี้ถึง 5 ตัวด้วยกัน นั่นก็คือ Taka HAUS อยู่ตรงเอกมัย 12 , Oka HAUS อยู่ตรงพระราม 4 เลยอาคารมาลีนนท์มาเล็กน้อย ส่วน Hasu HAUS และ Mori House ตั้งอยู่ใน T77 Community โดยล่าสุดได้เปิดตัวโครงการน้องเล็กของแบรนด์ HAUS ก็คือ kawa HAUS ที่ตั้งอยู่ใน T77 เช่นเดียวกัน

โครงการ Kawa HAUS ตั้งอยู่ภายใน T77 Community ซึ่งเป็นแหล่งที่พักขนาดใหญ่ ที่เปรียบเสมือนเมืองเล็กๆ เมืองหนึ่ง ซึ่งภายในได้ถูกจัดสรรพื้นที่ไว้อย่างลงตัว ด้วยความอุดมสมบูรณ์อันรอบด้าน ที่สามารถตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ของการดำเนินชีวิตแบบคนเมือง ครบวงจรด้วยความสะดวกสบายที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม มีครบทั้งร้านอาหาร, คลินิกทำฟัน, เสริมสวย, ออกกำลังกาย, CO-WORKING SPACE และร้านค้าที่เปิดตลอด 24 ชั่วโมง เรียกได้ว่าครบถ้วนด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก และสิ่งจำเป็นต่างๆ 

T77 Community ถุกสร้างขึ้นบนที่ดินขนาดกว่า 50 ไร่ เป็นชุมชนที่รวมโครงการที่พักอาศัยระดับพรีเมี่ยมไว้หลายโครงการ ทั้งคอนโด ทาวน์โฮม และ Premium apartmentจากมั่นคงการเคหะ นอกจากนี้พื้นที่ภายในยังถูกจัดสรรออกเป็นส่วนต่างๆได้อย่างเหมาะสมและครบวงจร พร้อมสำหรับการอยู่อาศัย รวมถึงการสร้างสรรค์ทัศนียภาพอันสวยงามและร่มรื่น โอบล้อมด้วยธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ ทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ สายน้ำจากคลองพระโขนงที่ไหลผ่านภายในชุมชน และ T77 ยังตั้งอยู่ใกล้กับ bts อ่อนนุช และ ทางด่วนรามอินทรา-อาจณรงค์ อีกด้วย

Kawa HAUS เป็นอีกหนึ่งโครงการคุณภาพระดับพรีเมี่ยม ที่อยู่ในชุมชน T77 ซึ่งเป็น High Community ขนาดใหญ่ มีนักธุรกิจชาวต่างชาติและชาวไทยคิดเป็นสัดส่วน 50:50 ที่มีกิจการหรือเข้ามาทำธุรกิจในกรุงเทพมหานคร รวมถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่ไฟแรง ตลอดจนเหล่า Startup และทายาทกลุ่มธุรกิจใหญ่ๆ ต่างให้ความไว้วางใจ และเลือกพักอาศัยอยู่ในโครงการต่างๆ ภายใน T77 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการพัฒนาชุมชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีความทันสมัยและเป็นสากลมากยิ่งขึ้น และสามารถยกระดับชีวิตความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัยทุกคน ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดี และมีความสุขในการดำเนินชีวิต


HABITO Mall

อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ T77 เป็นชุมชนที่น่าอยู่ คือความอุดมสมบูรณ์ในเรื่องของสาธารณูปโภค และความสะดวกสบายอันครบครัน ที่อยู่ใกล้แค่เอื้อม ไม่จำเป็นต้องขับรถไปไกล คุณก็สามารถจับจ่ายใช้สอยทั้งเครื่องอุปโภค และบริโภคต่างๆได้อย่างสะดวกสบาย เพราะภายใน T77 มี  HABITO ที่เป็น Community Mall แห่งใหม่และแห่งแรกของแสนสิริ ที่เปิดให้บริการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งวันนี้เราจะพาไปทุกคนไปชมพร้อมๆกันค่ะ

Kawa HAUS อยู่ห่างจาก HABITO เพียง 400 เมตรเท่านั้น ซึ่งง่ายต่อการเดินทาง ลูกบ้านของเราสามารถเข้ามาใช้บริการที่นี่ได้อย่างสะดวกสบาย ตอบโจทย์สำหรับใครที่ไม่ชอบขับรถไปไกลๆ แต่อยากมีจุดนัดพบสำหรับมีทติ้งกับเพื่อนๆ หรือจะนั่งชิวอ่านหนังสือที่ร้านกาแฟ มีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ให้เลือกรับประทานกันอีกด้วย
 


HABITO ตั้งอยู่ตรงข้ามกับโครงการ The Base Park West สังเกตุได้ง่ายจากป้ายชื่อตัวโตๆ นี้ ที่นี่เป็น Community Mall ขนาด 3 ชั้น และมีชั้นใต้ดิน 1 ชั้น มีลานจอดรถทั้งกลางแจ้งและชั้นใต้ดินไว้บริการ

โครงการ The Base Park West จะตั้งตระหง่านอยู่ตรงข้ามกับ HABITO Mall

และ The Base Park East ที่ตั้งอยู่เยื้องๆ กัน

การออกแบบตกแต่งของ HABITO เป็นการตกแต่งในสไตล์ Japan Design และ Modern Design ผสมผสานกัน จึงมีความทันสมัยแต่ยังคงกลิ่นอายของความเรียบง่ายในแบบมินิมอลสไตล์ 

 

มีร้านอร่อยๆ ให้เลือกเพียบ!!

HABITO Mall เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่เป็นแหล่งรวมไลฟ์สไตล์ของคนในย่านสุขุมวิท ที่ผู้พักอาศัยทั้งชาวต่างชาติและคนไทย รวมถึงบุคคลทั่วไปก็สามารถเข้ามาใช้บริการได้เช่นกัน ไม่ว่าจะมานั่งทานอาหาร หรือนัดพบปะสังสรรค์กันระหว่างเพื่อนฝูง นัดประชุมงาน หรือจะมาทำผม ทำเล็บ นวดตัว ที่นี่ก็มีครบเลยทีเดียว และนอกจากนี้ยังสามารถร่วมกิจกรรมสนุกๆกับงานอีเว้นท์ต่างๆที่จัดขึ้นอยู่เป็นประจำอย่างเนื่อง

 

ภายใน HABITO มีร้านอาหารหลากหลายสไตล์ มากกว่า 10 ร้าน ทั้งอาหารไทย เกาหลี ญี่ปุ่น อิตาเลี่ยน เวียดนาม รวมถึงร้านขนมหวานและร้านกาแฟ ให้เลือกชิมกันตามความชอบเลยล่ะค่า บรรยากาศภายใน ก็ดูโปร่งโล่ง เย็นสบาย อากาศถ่ายเทได้ทั่วถึง มีต้นไม้สีเขียวให้ความร่มรื่นอยู่บริเวณรอบๆด้วย ต่อไปเรามาดูร้านต่างๆภายใน HABITO กันบ้างดีกว่าค่า

 

ร้านแรก TOM N TOMS Coffee เป็นร้านกาแฟที่มีขนมหวานไห้เลือกชิมกันด้วย ภายในร้านโปร่งสบาย เหมาะแก่การนั่งอ่านหนังสือ หรือจะนัดคุยงานกันแบบชิวๆ ก็สามารถทำได้ ชาวต่างชาตินิยมมานั่งกันที่ร้านนี้มาก น่าจะเพราะเปิดเพลงโดนใจ คอแฟก็ถูกคออีกด้วย ที่สำคัญที่นี่เค้าเปิดตลอด 24 ชั่วโมง ตอบโจทย์สำหรับคนนอนดึกหรือคนที่ชอบตื่นเช้ามากๆ

 

มีร้านอาหารสไตล์แมกซิแกน ที่ถูกปากสำหรับชาวต่างชาติอีกด้วย บรรยากาศรอบๆบริเวณชั้นล่าง มีต้นไม้คอยให้ร่มเงา ช่วยสร้างเสริมบรรยากาศที่ร่มรื่น เหมาะกับการใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุด

 

ต่อมาเป็นร้านอาหารไทยกันบ้าง ร้านก๋วยเตี๋ยวเรือยกพลขึ้นบก เป็นร้านก๋วยเตี๋ยวเรือโบราณชื่อดัง มีทั้งหมูและเนื้อ ที่โดดเด่นในเรื่องของน้ำซุปที่มีความเข้มข้นกล่อมกล่อม ทาคู่กับเกี๊ยวกรอบและหมูสะเต๊ะ รับรองว่าฟินสุดๆ ร้านเปิด 10.00-21.00 น.

 

ร้านต่อไปคือร้าน Papa Shabu Farm ซึ่งสาขานี่เป็นสาขาที่ 5 แล้ว เป็นร้านชาบูที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความสดใหม่ของวัตถุดิบ และน้ำซุปที่มีหลายแบบ ทั้งแบบเกาหลี ญี่ปุ่น ตัวร้านตั้งอยู่ชั้นล่าง แยกออกมาจากตัวอาคาร ตกแต่งในสไตล์ญี่ปุ่น ถูกใจคนชอบถ่ายรูปแน่นอนค่า ร้านเปิด 16.00 - 22.00 น. 

 

ร้าน IROHA Ramen & Izakuya เป็นร้านขายราเม็ง และมีอาหารญี่ปุ่นอีกหลากหลายเมนู ร้านนี้ย้ายมาจากทองหล่อ อยู่บนชั้น 2 เปิดตั้งแต่ 11.00 - 24.00 น.เลยทีเดียว

 

Cr : BlissOutThere

อีกหนึ่งร้านที่เราขอแนะนำในวันนี้ คือร้าน Teien Sushi Bar เป็นร้านซูชิที่ย้ายมาจากโครงการพิมาน ซอยสุขุมวิท 49 ตกแต่งร้านได้น่ารักและอบอุ่น 

 

ภายในร้านค่อนข้างกว้าง มีที่นั่งเยอะ ทั้งแบบบาร์และแบบโต๊ะ ถ้ามากันหลายคน ทางร้านสามารถต่อโต๊ะให้ได้ค่ะ

 

เมนูอาหารของที่นี่ใช้วัตถุดิบที่สดใหม่ ในราคาที่ไม่แพง เริ่มตั้งแต่ร้อยกว่า ไปจนถึงหลักพัน

 

ด้วยวัตถุดิบพรีเมี่ยม ทำให้รสชาติอาหารของที่นี่อร่อยไม่แพ้ร้านอื่นจริงๆค่ะ การันตีโดยผู้เขียนเองง ><

 

Cr : BlissOutThere

ร้านนี้เป็นร้านไก่ทอดสไตล์เกาหลี ร้าน Choi Choi Korean Chicken มี 3 รสชาติ คือ Original Korean Chicken,Korean Chicken with Honey & Garlic และ Spicy Korean Chicken Sauce ร้านเปิดทุกวัน 11.00 – 21.30 น

 

 Cr : BlissOutThere

ร้านต่อไป  KRBB ร้านนี้เป็นร้านขายเนื้อแบบพรีเมี่ยมค่ะ โดยทางร้านจะมีบริการปรุง 5 แบบ คือ ปิ้งย่าง ยากินิคุ, ชาบู, สุกี้ และ สเต๊ก ใครชอบทานเนื้อแนะนำที่นี่เลยค่ะ การันตีด้วยชื่อของหนึ่งในหุ้นส่วนร้านอย่างคุณ ชาคริต แย้มนาม พระเอกสุดหล่อของเรานั่นเองค่า

 

 

Cr : BlissOutThere

ร้านต่อไป อยู่เยื้องๆกับ Tom N TOMS ชื่อร้าน ‘ The Green Geek  ’ ที่นี่ขายอาหาร น้ำผักผลไม้ กาแฟออร์แกนิก และผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ มีขนมเค้กไขมันต่ำ และ ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพอีกหลากหลายชนิด รับรองว่าถูกใจสายเฮลตี้แน่นอนจ้า ร้านเปิด 10.00 – 22.00 น.

 

Cr : BlissOutThere

ต้องบอกว่า ชาวต่างชาติชื่นชอบที่นี่มากๆเลยทีเดียว เพราะที่นี่เค้ามีผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรมากมายให้เลือกซื้อกันแบบจุใจ 

 

Cr : BlissOutThere

ที่ HABITO เค้ายังจัดให้มีตลาดนัดเพื่อการเกษตรที่ชาวไร่ ชาวสวน สามารถนำผลผลิตสดๆปลอดสารพิษ และผลิตภัณฑ์โฮมเมด ของตนเองมาวางขาย ให้ลูกค้าได้เลือกซื้อกันอีกด้วย

 

ตอนนี้มีร้านอาาหารที่กำลังจะเปิดให้บริการในเร็วๆนี้ อีกหลายร้านเลยล่ะค่า มาครั้งหน้าคงมีอาหารให้เลือกทานเพิ่มมากขึ้นอีกแน่ๆ 

 

Cr : BlissOutThere

Cr : BlissOutThere

ร้าน April Story @ hubba-to ร้านนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน April Story เป็นร้านกาแฟอยู่ชั้นล่าง ส่วน Hubba-to เป็น co-working space อยู่ชั้นลอยด้านบน ผนังของร้านเป็นสีเทา ตกแต่งด้วยท่อสีฟ้าน้ำทะเล ร้านนี้ไม่ได้ขายแค่เครื่องดื่ม ยังมีอาหารทานง่ายอีกหลายเมนู มีที่นั่งเยอะ และที่นี่อนุญาตให้พาน้องหมาเข้ามาได้ด้วย ! ร้านเปิดทุกวัน 9.00 – 20.00 น.

 

Cr : BlissOutThere

ทีนี้มาดูร้านเสริมสวยชิคๆกันบ้าง ร้าน Al Safiyyah Beauty and Wellness ’ที่มีทั้งสปาเล็บ ต่อเล็บ ต่อขนตา นวดน้ำมัน ฯลฯ ร้านก็ตกแต่งเก๋ๆในสไล์โมรอคโค ใครชอบนวดต้องไม่พลาดนะคะ

 

Cr : BlissOutThere

ส่วนใครที่ชอบออกกำลังกาย ต้องที่นี่เลย RSM Muay Thai ที่นี่สอนทั้งศิลปะป้องกันตัวสำหรับผู้หญิง และมีคอร์สต่อยมวยเพื่อสุขภาพ ใครที่ชอบออกกำลังกาย ห้ามพลาด!!! 

 

การออกแบบตัวโครงสร้างอาคารจะเห็นได้ว่า มีความโปร่งสบาย และเปิดโล่งในส่วนกลาง มีทั้งบันไดเลื่อนและบันไดธรรมดา ใครอยากออกกำลังกาย ก็สามารถขึ้นงบันไดธรรมดาได้นะคะ 

 

มุมนั่งพักผ่อน นั่งอ่านหนังสือชิวๆ เค้าก็จัดไว้ให้อยู่หลายจุดเลยทีเดียว ทั้งโต๊ะและเก้าอี้ รับรองว่าทั่วถึงอย่างแน่นอน สามารถซื้ออาหารมานั่งทานไปทำงานไปก็ฟินไปอีกแบบนะคะ

 

มีที่นั่งมีไว้บริการเยอะมากๆ จะมาเป็นกลุ่มหรือมาคนเดียว ก็สามารถนั่งชิว นั่งทำงาน หรือนั่งประชุมกันได้แบบสบายๆ ห้องน้ำก็มีบริการอย่างทั่วถึง

 

ที่ HABITO มีการจัดกิจกรรม และงานอีเวนท์อย่างต่อเนื่อง ผู้พักอาศัยภายใน T77 และบุคคลทั่วไป สามารถเข้ามาร่วมกิจกรรมได้ด้วย

 

เป็นยังไงกันบ้างคะ บรรยากาศภายใน HABITO Mall ที่เรานำมาฝาก ต้องบอกเลยว่า ครบครันและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ของชีวิตคนเมืองจริงๆค่ะ  ยังมีอีกหลายร้านที่เราไม่ได้พูดถึง เช่น David’s Bakery, Mont Calzone และร้านที่กำลังจะเปิดตัวอีกมากมาย เอาเป็นว่า หาเวลาว่างมาเดินเที่ยวกันดูนะคะ


Summer Hill

Summer Hill เป็น Community Mall อีกจุดนึง มีพื้นทีที่สามารถพัฒนาโครงการต่อได้ถึงประมาณ 5 ไร่ มีจำนวนร้านค้ากว่า40 ร้านเลยทีเดียว ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการก่อสร้าง คาดว่าปลายปีนี้น่าจะเปิดให้บริการได้อย่างแน่นอนค่า ที่สำคัญตั้งอยู่ติดกับสถานี BTS พระโขนงเลย แต่ถ้าตอนนี้ใครผ่านแถวนั้น อยากจะแวะดื่มกาแฟที่ Starbucks เค้าก็เปิดให้บริการแล้วนะคะ

 

บรรยากาศภายนอกตัวโครงการ

ภาพจำลองโครงการ ตั้งอยู่ริมคลองพระโขนง มีพื้นที่ในส่วนที่ติดริมคลองยาว 150 เมตร ประกอบไปด้วยอาคาร 3 อาคาร แต่ละอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L สร้างอยู่บนพื้นที่ขนาดใหญ่ถึง 6 ไร่ เน้นการออกแบบแบบ Facilities ซึ่งรอบๆ ตัวโครงการ ถูกโอบล้อมด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น และเป็นร่มเงาบังแดดในช่วงกลางวัน ประกอบกับตัวโครงการตั้งอยู่ริมน้ำ ทำให้ภายในบริเวณโครงการสดชื่นเย็นสบาย อากาศถ่ายเทได้ดีจึงไม่ร้อนอบอ้าว

การออกแบบด้านสถาปัตยกรรมและทางด้านสิ่งแวดล้อมของ Kawa HAUS เป็นความสมบูรณ์แบบที่ถูกต่อยอดมาจาก 2 โครงการรุ่นพี่ ได้แก่โครงการ Hasu HAUS ที่แม้จะมีพื้นที่ติดริมน้ำเพียง 75 เมตร แต่สามารถออกแบบให้ผู้พักอาศัยใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์ได้อย่างลงตัว และโครงการ Mori HAUS ที่ไม่มีพื้นที่ติดริมแม่น้ำ จึงทุ่มเทให้กับพื้นที่ส่วนกลางถึง 3,000 ตารางเมตร 

มาถึงโครงการล่าสุดอย่าง Kawa HAUS ที่ยังคงคอนเซปท์เดิมจากโครงการรุ่นพี่ ที่เน้นใส่ใจในการออกแบบให้ทุกพื้นที่มีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติ สร้างสรรค์ให้ที่พักอาศัยแห่งนี้ เป็นพื้นที่แห่งการพักผ่อนหย่อนใจอย่างแท้จริง และยังพรั่งพร้อมไปด้วยพื้นที่ส่วนกลางที่ครบวงจร มีการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ เพื่อความสะดวกสบายที่ทุก Gen สามารถเข้าถึงได้อย่างเต็มที่ เป็นการใช้ช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันของสมาชิกในครอบครัวอีกด้วย


จุดเด่นสำคัญของโครงการ Kawa HAUS ที่ต้องพูดถึงเป็นอันดับแรกนั่นก็คือ การออกแบบทางสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่พักอาศัยที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแนวคิดสำคัญของการออกแบบคือความต้องการให้ทุกๆส่วนของตัวโครงการมีความกลมกลืนไปกับธรรมชาติมากที่สุด โครงสร้างของแต่ละอาคารออกแบบเป็นรูปตัว L ตัวอาคารถูกออกแบบด้วยเส้นโค้งที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากต้นไผ่ จึงให้ความรู้สึกสงบ พริ้วไหว อ่อนโยน สีของตัวอาคารเป็นโทนสีน้ำตาล ที่ออกแบบให้กลมกลืนกับธรรมชาติเช่นเดียวกัน

การออกแบบตัวอาคารลักษณะนี้ทำให้ระเบียงห้องเป็นรูปทรงโค้งเว้าดุจคลื่นน้ำ ซึ่งนอกจากความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวแล้ว ยังมีประโยชน์ในเรื่องของทิศทางของแสงแดด ซึ่งความโค้งของอาคารช่วยทำให้พรางแดดได้บางส่วน คือไม่โดนแบบเต็มๆนั่นเองค่ะ และยังมีผลต่อการรับลม และชมวิวทิวทัศน์ภายนอกของแต่ละห้องได้อย่างทั่วถึง นอกจากนี้ระเบียงที่เป็นระแนงไม้โค้งเว้าแบบนี้ยังช่วยพรางตาไม่ให้คนนอกมองเห็นคอมเพรสเซอร์แอร์อีกด้วย เป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ฺและตอบโจทย์สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในดีไซน์ที่ทันสมัย 


ภาพจำลองบริเวณสะพานข้ามคลอง ด้านหน้าเป็นทางเข้าโครงการ ด้านขวามือคืออาคาร C และด้านหน้าที่ตรงไปคือ อาคาร A ซึ่งเป็นทางเข้าออกของโครงการ

 

เข้ามาถึงด้านในจะมองเห็นป้ายโครงการอย่างชัดเจน ตรงหน้าอาคาร A ซึ่งเป็นทางเข้าออกของโครงการ 

 

แผนผังตัวอาคาร

เริ่มจากทางเข้าซึ่งขับรถมาจะเจอทางเข้าออกและจุด Drop Off ตรงอาคาร A ซึ่งสามารถจอดรถใต้อาคารนี้ได้เลย หรือจะลงไปจอดชั้นใต้ดินอีกชั้นนึงก็ได้ค่ะ และอาคาร B ก็มีที่จอดรถใต้อาคารเช่นกัน ภายในโครงการสามารถจอดรถได้ทั้งหมด 250 คันไม่รวมจอดแบบซ้อนคัน มีจุดชาร์จพลังงานรถยนต์ไฟฟ้า 2 จุด ชาร์จพร้อมกันได้ 4 คัน

พื้นที่บริเวณตรงกลางระหว่างอาคารทั้ง 3 จะเป็นส่วนกลางของโครงการทั้งหมด ตั้งแต่ตรงช่วงบริเวณอาคาร C หรือเรียกบริเวณนี้ว่า The Oasis จะเป็นแหล่งรวม Facility หลักของโครงการ มีสระว่ายน้ำแยกสระเด็ก, Hot & Cold Jacuzzi, Bamboo Gazebo, Bamboo Pavilion, Multipurposed Lawn, Herb Garden, Waterfront, Outdoor Seating, Sunbathe Deck มีสวนหย่อมที่เชื่อมโยงระหว่างพื้นที่ส่วนกลางกับอาคารที่พักอาศัย ด้านหลังของอาคาร A เป็นอาคารเล็กๆขนาดสองชั้นแยกออกมา ซึ่งจะเป็นในส่วนของ Co-creation Space และ Co-Pantry 

อาคาร A ชั้นนี้จะมี Lobby ขนาดใหญ่ที่สุด มีโถงลิฟท์แยกต่างหาก มีลิฟท์โดยสาร 2 ตัว ซึ่งนิติบุคคลจะอยู่ที่อาคารนี้ด้วย

อาคาร B จะเป็นอาคารที่อยู่ติดริมคลองที่สุด อยู่ตรงบริเวณโค้งน้ำพอดี เข้ามาในอาคารจะเจอ Lift Lobby โดยจะเริ่มมีห้องพักอาศัยตั้งแต่ชั้นนี้เลย ซึ่งเป็นแบบห้องวิลล่าที่สามารถเปิดประตูออกมาเจอสวนหย่อมเลยเลย อีกฝั่งหนึ่งของอาคารในชั้นแรกนี้จะเป็นส่วนกลาง คือ ห้อง Lounge กับ Fitness ซึ่งความสูงของห้องจะกินพื้นที่ประมาณสองชั้น ดังนั้นในฝั่งนี้จะเริ่มมีห้องพักตั้งแต่ชั้นที่ 3 ขึ้นไป 

อาคาร C เข้าอาคารมาจะเจอ Lift Lobby เหมือนอาคาร B มียูนิตวิลล่า 2 ยูนิตที่ชั้น 1 ฝั่งริมคลอง ซึ่งเปิดขายและถูกจองไปหมดเรียบร้อยแล้วค่ะ

 

แปลนชั้นใต้ดิน 1 ชั้น เป็นชั้นจอดรถ มีบันไดเดินขึ้นไปถึงทั้ง 3 อาคาร

 

แปลนชั้น 2 จะเป็นชั้นห้องพักอาศัยทั้ง 3 อาคาร

  • อาคาร A มีห้องทั้งหมด 29 ยูนิต เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด ส่วนด้านฝั่งทิศตะวันออกจะเป็นสวนและ Co-creation & Co-pantry
  • อาคาร B นับได้ 23 ยูนิต มีห้องแบบ 2 Bedroom 4 ยูนิต ที่เหลือเป็น 1 Bedroom ทั้งหมด 
  • อาคาร C มีทั้งหมด 29 ยูนิต มีห้อง 2 Bedroom จำนวน 6 ยูนิต ที่เหลือเป็น 1 Bedroom

** สำหรับห้องที่เป็น 1 Bedroom คือสีฟ้าและ 2 Bedroom คือสีเหลืองส้ม

แปลนชั้น 3-7 จะคล้ายๆกันทั้งหมด

  • อาคาร A มีทั้งหมด 33 ยูนิต เป็นห้องแบบ 1 Bedroom ทั้งหมด
  • อาคาร B มี 30 ยูนิต เป็นห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 6 ยูนิต และที่เหลือเป็นแบบ 1 Bedroom
  • อาคาร C มี 29 ยูนิตเป็นห้องแบบ 2 Bedroom จำนวน 6 ยูนิต และที่เหลือเป็น 1 Bedroom ทั้งหมด

** สำหรับห้องที่เป็น 1 Bedroom คือสีฟ้าและ 2 Bedroom คือสีเหลืองส้ม

สรุปสิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ

  • Lobby
  • Swimming Pool with Jacuzzi
  • Hot & Cold Jacuzzi
  • Lounge
  • Fitness
  • Co-creation Space & Co-Pantry สวนไผ่ที่ร่มรื่นเป็นที่พื้นที่นั่งทำงานคิดงานสำหรับลูกบ้าน พร้อมเชื่อมต่อกับ Co-Pantry ให้ลูกบ้านได้ลองทำอาหารเมนูใหม่ๆ โดยใช้วัตถุดิบคุณภาพจาก Farm Shelf
  • Farm Shelf พื้นที่สำหรับปลูกผักปลอดสารพิษที่สามารถควบคุมการเจริญเติบโตได้ด้วยโทรศัพท์มือถือ
  • The Oasis
  • HAUS x Tokyo bike
  • EV Charger
  • Refund Machine
  • Garden
  • Sansiri AI Box ผู้ช่วยส่วนตัวอัจฉริยะที่สามารถสั่งการด้วยภาษไทย
  • Access Card Control
  • เจ้าหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยตลอด และกล้องวงจรปิดตลอด 24 ชั่วโมง

 

ภาพจำลองส่วนของ Lobby ในอาคาร A ออกแบบได้หรูหรา ด้วยการเลือกวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ในการตกแต่งในดีไซน์ที่ทันสมัยและมีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ แต่ยังคงคอนเซปท์การพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติ ด้วยการออกแบบให้เป็นผนังกระจกขนาดใหญ่รอบห้อง เผยให้เห็นความเขียวขจีของต้นไม้น้อยใหญ่ ให้บรรยากาศที่ผ่อนคลายมากๆ

 

การออกแบบ Lounge ของ Kawa HAUS มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของแสนสิริอย่างชัดเจน นั่นคือ การตกแต่งผนังด้วยแผ่นหินที่มีลวดลายและสีสันที่สวยงามตามธรรมชาติ ซึ่งถูกคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้สอดคล้องกับชื่อของโครงการ ซึ่ง Kawa ที่แปลว่าน้ำ น้ำที่ไหลผ่านหิน หินที่นำมาตกแต่งนี้มีชื่อว่า Cipollino Ondulato Verde นอกจากผนังหินที่โดดเด่นแล้ว โคมไฟที่มีดีไซน์คล้ายหยดน้ำ หรือบางครั้งดูเหมือนดาวตก ช่วยสร้างสรรค์บรรยากาศแบบ Exclusive ได้อย่างน่าทึ่ง และการเลือกใช้วัสดุไม้สำหรับปูพื้นห้อง เป็นการออกแบบให้กลมกลืนไปกับธรรมชาติ ตามคอนเซปท์ของโครงการอีกด้วย และยังตกแต่งเพิ่มเติมด้วยต้นไม้สีเขียวสบายตา เป็นการส่งเสริมบรรยากาศที่ผ่อนคลายได้เป็นอย่างดี 

 

ภาพนี้จำลองในส่วนของ Lounge ที่อยู่ทางด้านซ้าย และส่วนของฟิตเนสที่อยู่ทางด้านขวา โครงสร้างเป็นห้องกระจกโดยรอบ สามารถรับชมวิวสวนได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่มุมไหนของห้องก็ตาม ตัวห้องไม่ได้ออกแบบเป็นทรงสี่เหลี่ยมแบบที่เราเคยเห็นทั่วๆไป แต่ได้รับการออกแบบให้เป็นห้องที่มีรูปทรงโค้งมน ดูอ่อนโยน และมีชีวิตชีวา เหมาะกับการใช้ชีวิตแบบ slow life จริงๆค่ะ

 

ภาพจำลองของห้อง Co Creative Space เป็นพื้นที่สำหรับการจัดการประชุม หรือสัมนาเล็กๆ หรือจะนั่งทำงานที่บริเวณนี้ก็ทำได้ค่ะ การออกแบบที่เน้นความโค้งมนเช่นเดียวกับตัวอาคาร และผนังกระจกขนาดใหญ่ที่เผยให้เห็นสวนหย่อมสีเขียวสบายตา และรับแสงธรรมชาติในช่วงกลางวันได้อย่างเต็มที่ ทำให้ห้องนี้มีความผ่อนคลายจากความตึงเครียดจากการทำงานได้ดีเลยทีเดียว เฟอร์นิเจอร์ที่เลือกใช้จึงหนีไม่พ้นวัสดุจากธรรมชาติ อย่างโต๊ะกลางขนาดใหญ่ที่ทำจากหิน ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของแสนสิริอีกเช่นกัน และเก้าอี้ไม้สไตล์ญี่ปุ่น ที่มีดีไซน์แบบมินินมอลสไตล์ เข้ากันได้อย่างลงตัวทีเดียว

 

ห้อง Co-working Space กับ Co Pantry ของ kawa HAUS มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆเข้ามาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พักอาศัย อย่างภายในห้องนี้จะมี Farm Shelf เอาไว้ปลูกผักโดยใช้มือถือควบคุมได้ ซึ่งเป็นผลมาจากการลงทุนของแสนสิริ ใน 6 แบรนด์ชั้นนำของโลก ทำให้ภายในโครงการมีเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้อยู่เสมอ

นอกจากนี้ภายในโครงการยังมีการนำเอาเทคโนโลยี มาใช้อำนวยความสะดวกอีกหลายอย่างเช่น Sansiri AI BOX ที่มีหลักการทำงานคล้ายๆ กับ Alexa แต่ทาง Sansiri ได้ร่วมมือกับ Amazon พัฒนาเพิ่ม เพื่อให้สามารถสนทนาภาษาไทยได้ ช่วยให้ผู้พักอาศัยสามารถใช้งานได้สะดวกมากขึ้นไม่ว่าจะ Gen ไหนก็เข้าถึงความทันสมัยนี้ได้ไม่ยากอีกต่อไป

การทำงานหลักๆของ Sansiri AI BOX 
  • Relay คุมไฟในห้อง Master + Living
  • IR Hub คุมแอร์, TV : ในห้อง Living สำหรับห้อง 1 bedroom
  • IR Hub คุมแอร์, TV : ในห้อง Master, Living สำหรับห้อง 2 bedroom

นอกจากนี้ยังมีในส่วนของ Technology Smart Access ตั้งแต่ระบบ Video Door Phone บริเวณ Lobby, Lift Lobby, และ One Time Password เป็นระบบใน Digital Door Lock ของ igloohome ที่ใช้ได้ทั้งกุญแจ รหัส และเชื่อมต่อผ่านทาง Application ที่สามารถเปิดประตูรับเพื่อน ด้วยการส่ง QR Code ที่กำหนดระยะเวลาได้ ทำให้เราไม่ต้องก้าวออกจากห้องไปปลดล็อกประตู  และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อ Smartphone กับ Gate ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้พักอาศัยที่กำลังขับรถเข้าโครงการ ไม้กั้นจะเปิดโดยอัตโนมัติ ซึ่งเป็นผลมาจากการเชื่อมต่อกับมือถือนั่นเอง


บริเวณริมน้ำ เป็นมุมพักผ่อนหย่อนใจที่จะทำให้ผู้พักอาศัยทุกท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ผ่อนคลาย และเข้าถึงธรรมชาติในแบบบ้านสวนริมน้ำอย่างแท้จริง จะดีแค่ไหนถ้าเราได้มานั่งอ่านหนังสือไป จิบกาแฟไป รับลมชมวิวของโค้งน้ำที่สวยงาม ซึ่งโอบล้อมไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่สีเขียวสบายตาแบบนี้ นี่คือสวรรค์แห่งการพักผ่อนที่ใครๆก็ไฝ่ฝันสินะ


อย่างที่เราได้กล่าวมาตลอดข้างต้นว่า การออกแบบของโครงการ Kawa HAUS มีแนวคิดในการออกแบบให้ทุกๆพื้นที่มีความเชื่อมโยงและกลมกลืนไปกับธรรมชาติ ดังเช่น การออกแบบสะพานบริเวณสระน้ำที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากสายน้ำที่พริ้วไหวอ่อนโยน ให้บรรยากาศเหมือนรีสอร์ทที่สวยงาม สระว่ายน้ำแบบ free form ที่มีจากุซซี่น้ำร้อน-น้ำเย็น (เย็นกว่าอุณหภูมิปกติ) สลับกันเหมือนแช่ออนเซ็น เพื่อความสดชื่นและผ่อนคลายไปพร้อมๆกัน เพื่อให้ลูกบ้านได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แม้จะต้องทำงานหนักมาตลอดสัปดาห์ รวมถึง KID'S POOL ซึ่งเป็นสระที่ออกแบบสำหรับเด็กโดยเฉพาะ เพิ่มที่นั่งใต้น้ำบริเวณ "BAMBOO CABANA" ที่เรียงรายลดหลั่นกันลงมา เปิดให้เห็นมุมมองของวิวริมน้ำได้อย่างทั่วถึง พร้อมบริการที่ชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สายไว้ริมสระอีกด้วย 



ห้องตัวอย่างโครงการ Kawa HAUS

สำหรับแบบห้องทั้งหมดของโครงการจะมี 3 แบบดังนี้นะคะ

  • 1 Bedroom 1 Bath ขนาด 29.75-43.25 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom 1 Bath ขนาด 50.50-60.00 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom 2 Bath ขนาด 59.75-78.75 ตารางเมตร

ส่วนห้องตัวอย่างที่เราจะพาไปชมวันนี้มีด้วยกัน 2 แบบ คือแบบ 1 Bedroom ขนาด 32.50 ตารางเมตร และแบบ 2 Bedroom ขนาด 51.25 ตารางเมตร

การจัดสรรพื้นที่สำหรับห้องพักแบบต่างๆของ Kawa HAUS ค่อนข้างมีดีไซน์ที่ทันสมัย และครบถ้วนตามความจำเป็นของการใช้งาน ตั้งแต่ห้องนอน ห้องครัว มุมรับประทานอาหาร ห้องนั่งเล่น ห้องน้ำ และระเบียงขนาดใหญ่ ถูกจัดวางไว้อย่างลงตัวและมีความเชื่อมโยงกันทุกส่วน ทำ้ให้ภายในดูกว้างขวางไม่รู้สึกอึดอัด และด้วยการออกแบบในสไตล์รีสอร์ท ที่มีความเป็นเอกลักษณ์ในเรื่องของดีไซน์ที่สวยงาม มุ่งเน้นในเรื่องของการเปิดมุมมองให้ผู้พักอาศัยสามารถรับชมทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มที่ การเลือกนำกระจกเข้ามาใช้สำหรับการออกแบบภายในนั้น ก็เป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการเพิ่มสเปซให้ห้องดูกว้างขึ้น และทุกพื้นที่ภายในสามารถเชื่อมโยงกันไม่ว่าคุณจะอยู่ที่มุมไหนของห้อง 

ทุกห้องพักของโครงการ มีการนำระบบ Sansiri Ai Box มาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีใหม่ของแสนสิริ การทำงานคล้ายกับ Alexa แต่ทาง Sansiri ได้ร่วมมือกับ Amazon พัฒนาเพิ่ม เพื่อให้สามารถสนทนาภาษาไทยได้ โดยสามารถสั่งการด้วยเสียงทั้งเปิดปิดไฟ แอร์ ทีวี หรือส่วนอื่นๆอาจจะต้องติดอุปกรณ์เพิ่มเติมเอง หรือจะสอบถามสภาพดินฟ้าอากาศ และจะสั่งให้ร้องเพลงให้ฟังก็สามารถทำได้นะคะ ซึ่งเทคโนโลยีใหม่ๆเหล่านี้จะถูกนำมาใชในโครงการใหม่ๆของแสนสิริอย่างต่่อเนื่องแน่นอนค่ะ

โครงการ Kawa HAUS เปิดขายแบบ Fully Fitted ฉะนั้นสิ่งที่มาพร้อมกับห้องพักจะมีดังนี้

  • ชุดครัวแบบ Built-in ที่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ถูกเพิ่มเติมขึ้นมาให้มีความทันสมัยและสวยงาม เช่น พื้นผิวของตู้ครัวที่เป็นไม้เคลือบด้วย Thermal Laminate ที่สามารถกันน้ำได้ และมี Soft Close ให้ทั้งหมด Topเคาน์เตอร์ เป็นหินแกรนิตสีดำ Back Splash จากอินเดีย
  • ได้กระจกเงาในห้องน้ำ และที่ติด มากับตู้เสื้อผ้า
  • ได้ตู้เสื้อผ้า ซึ่งต้องบอกก่อนว่า Kawa HAUS เป็นโครงการแรกของแบรนด์ ที่แถมตู้เสื้อผ้านะคะ
  • พื้นห้องนอนและห้องนั่งเล่นปูด้วยกระเบื้องลามิเนตหนา 8 มม. ส่วนพื้นครัวและห้องน้ำ ปูด้วยกระเบื้องลายหินขนาด 60 x 60 ซม. 

คราวนี้เรามาลงลึกในรายละเอียดของห้องแต่ละแบบกันค่ะ มาดูผังห้องไปพร้อมๆกันเลยนะคะ




ห้องตัวอย่างแบบแรกเป็นห้องแบบ 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ที่มีพื้นที่ขนาด 32.50 ตารางเมตร ซึ่งถือว่าค่อนข้างใหญ่เลยทีเดียวสำหรับห้องแบบ 1 ห้องนอน เริ่มจากประตูทางเข้าตรงลูกศรสีแดง เข้าไปด้านในห้อง จะเห็นห้องครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งเหตุผลของการเลือกให้ห้องครัวอยู่บริเวณนี้ ก็เพื่อต้องการให้พื้นที่ด้านใน ที่เป็นห้องนอนและห้องนั่งเล่นริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ เป็นส่วนของการพักผ่อนจริงๆ ซึ่งเป็นจุดที่สามารถนั่งรับชมวิวสวนและวิวคลองที่สวยงามได้อย่างเต็มที่ ในบริเวณห้องครัว ยังมีพื้นที่เล็กๆ สำหรับนั่งรับประทานอาหารอีกด้วย ถัดเข้าไปเป็นห้องนั่งเล่นที่ติดริมหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ซึ่งมุมนี้จะสามารถรับชมวิวทิวทัศน์ภายนอกได้แบบชิวๆเลยล่ะค่ะ 

หน้าต่างกระจกขนาดใหญ่ ที่มีความสูงตั้งแต่เพดานจรดพื้น และมีความกว้างเกือบสุดพื้นที่ห้อง ทำให้ภายในห้องได้รับแสงสว่างจากธรรมชาติอย่างทั่วถึง จึงมีบรรยากาศที่โปร่งสบาย แลดูกว้างขวางราวกับบ้านพักตากอากาศเลยทีเดียว

ส่วนฝั่งซ้ายจะเป็นห้องนอนที่มีขนาดพื้นที่ค่อนข้างกว้างกว่าส่วนอื่นๆ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและให้ความสำคัญกับพื้นที่ในส่วนของการพักผ่อนค่อนข้างมาก ซึ่งห้องนอนกับห้องนั่งเล่นมีความเชื่อมโยงกัน ด้วยประตูบานเลื่อนแบบกระจกใสขนาดใหญ่ ที่ช่วยให้ภายในห้องดูกว้างขวางและโปร่งสบายอีกด้วย ต่อมาเป็นห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอน(ด้านหลังห้องครัว) ที่มีขนาดกำลังดี ใช้งานได้แบบสบายๆ ไม่รู้สึกอึดอัด 

เริ่มจากประตูทางเข้าห้อง มองเข้าไปจะเห็นห้องครัวเป็นอันดับแรก ซึ่งการจัดสรรให้ห้องครัวอยู่ตรงประตูทางเข้า ยังสะดวกในเรื่องของการจัดเก็บข้าวของหรืออาหารได้อย่างสะดวกและง่ายดาย แถมอากาศบริเวณนี้ยังถ่ายเทได้สะดวกอีกด้วย

 

ชุดเคาน์เตอร์ครัวที่ทางโครงการให้มานั้น ทำจากวัสดุอย่างดี เคลือบด้วย Thermal Laminate ที่สามารถกันน้ำได้ และมี Soft Close ให้ทั้งหมด 

 

ตู้เก็บเครื่องตรัวและชั้นวางของ มีพื้นที่มากพอสำหรับจัดเก็บวัตถุดิบต่างๆ ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

 

Top เคาน์เตอร์ครัว เป็นหินแกรนิตสีดำ Back Splash จากอินเดีย ตู้เก็บของด้านล่างเมื่อเปิดออกมาจะเป็นตะแกรงรางเลือนและถังขยะแบบ Built-in ส่วนพื้นครัว ปูด้วยกระเบื้องลายหินขนาด 60 x 60 ซม. ชุดอ่างล้างจานเป็นของ MEX ที่มีขนาดกำลังพอดีต่อการใช้งาน

 

อีกฝั่งนึงของห้องครัว เป็นเคาน์เตอร์ในส่วนของเตาไฟฟ้าสำหรับปรุงอาหาร ด้านล่างเป็นช่องวางไมโครเวฟ ด้านบนเป็นตู้สำหรับเก็บของ และที่เราชอบอีกจุดนึงของห้องครัวนี้คือ ชั้นวางของติดผนังทรงสูงที่มีไว้สำหรับวางของ และเปิดออกมาเป็นที่เก็บรองเท้าได้ด้วย นอกจากมีประโยชน์แล้ว ยังสวยงามอีกด้วย

 

ตรงบริเวณนี้เป็นโต๊ะรับประทานอาหาร และเคาน์เตอร์วาง Hob&Hood ที่มีดีไซน์ทันสมัยและใช้งานได้สะดวก ส่วนใครที่ต้องการพื้นที่ในส่วนของโต๊ะทานอาหารเพิ่มเป็น 2 ที่นั่ง แนะนำให้ปรึกษาและขอคำแนะนำจากอินทีเรีย ในการทำ Built-in เพิ่มเติม 

 

มองจากมุมนี้เราจะเห็นถึงการออกแบบและจัดวางส่วนต่างๆภายในห้องครัว ที่มีความลงตัว และสะดวกต่อการใช้งาน เรียกว่าจัดสรรขนาดของพื้นที่ได้อย่างเหมาะสม แถมบริเวณนี้อากาศยังถ่ายเทได้ดีอีกด้วย ซึ่งเหมาะแก่การจัดวางห้องครัวไว้ที่บริเวณนี้

 

ถัดจากห้องครัวเข้ามาด้านใน จะเป็นห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขกที่เชื่อมโยงกับห้องนอน แต่ยังคงมีความเป็นสัดส่วน ด้วยการใช้ประตูกระจกแบบบานเลื่อนกั้นแบ่งระหว่างห้องนอนกับห้องนังเล่น ซึ่งประตูกระจกนี้สามารถเลื่อนเก็บเข้าไปในกำแพงด้านหลังเคาน์เตอร์ครัวได้อย่างเรียบร้อย การจัดวางห้องนอนไว้ด้านหลังห้องนั่งเล่นแบบนี้ เปิดมุมมองให้สามารถรับชมรายการทีวีได้จากบนเตียงนอนเลยทีเดียว ฟินสุดๆไปเลยค่า 

 

ห้องนั่งเล่นที่ติดกับกระจกบานใหญ่ที่มีความสูงถึง  2.7 เมตร ซึ่งสูงถึงเพดานห้องเลยทีเดียว นอกจากนี้ยังมีกว้างเกือบเต็มขนาดห้อง ทำให้ภายในห้องดูโปร่งโล่งสบาย และรู้สึกกว้างขวางขึ้นด้วย 

 

แสงสว่างจากธรรมชาติในช่วงเวลากลางวัน ที่สาดส่องเข้ามาภายในอย่างทั่วถึงนี้ ช่วยให้ระหว่างวันภายในห้องมีความสว่าง สามารถประหยัดไฟได้มากขึ้นด้วย ระเบียงด้านนอกที่มีความกว้างและโค้งมน สามารถช่วยเพิ่มมุมมองในการรับชมวิวทิวทัศน์ภายนอกได้อย่างเต็มที่ หรือจะเปืดกระจก นั่งรับลมเย็นในห้องนั่งเล่น ก็ดีไม่น้อย

 

มุมนี้เหมาะสำหรับเป็นมุมนั่งเล่น และรับแขกซึ่งในห้องตัวอย่าง มีการจัดวางตู้โชว์ และคอนโซลวางของต่างๆได้ค่อนข้างลงตัวมากๆ ผนังกระเบื้องเซรามิคสีฟ้าเข้มพื้นผิวมันวาวแบบนี้ ทำให้ห้องนี้ดูมีสไตล์ทีี่ทันสมัยและมีความหรูหราอยู่ในตัว

 

ด้านหลังซึ่งเป็นห้องนอน ที่กั้นด้วยกระจกบานเลื่อน ซึ่งถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวในยามพักผ่อนนอนหลับ เราแนะนำว่าให้ติดม่านไว้ภายในก็ได้นะคะ แต่ถ้าใครชอบมุมมองที่โปร่ง และสามารถเชื่อมโยงกันได้ทั่วทั้งห้อง โดยไม่มีอะไรมาบดบังก็ปล่อยโล่งไปเลยค่า 

 

ระเบียงห้องมีพื้นที่ขนาดพอเหมาะสำหรับนั่งพักผ่อน จิบกาแฟในช่วงเช้าพร้อมรับชมทัศนียภาพที่สวยงามไปพร้อมๆกัน

 

ระแนงไม้ที่ระเบียงห้อง ที่กั้นแบ่งส่วนไว้สำหรับวางคอมเพรสเซอร์แอร์ และเครื่องซักผ้า ซึ่งเป็นแนวคิดที่น่าทึ่งในการใช้ไม้ระแนงช่วยพรางสายตาไม่ให้เห็นเครื่องเหล่านี้ ห้องพักของเราจึงมีดีไซน์ที่สวยงามและมีความพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง 

 

ใครที่รักธรรมชาติชอบการปลูกต้นไม้สีเขียวๆ ไว้ในบ้าน ที่ระเบียงด้านนอกยังมีพื้นที่เพียงพอสำหรับส่วนหย่อมเล็กๆของคุณอีกด้วย

 

พื้นที่ห้องนอนภายในห้องนอนจะเห็นว่า มีพื้นที่สำหรับเป็นทางเดินรอบๆ ได้สบายๆ ถ้าวางเตียงแบบ 5 ฟุต  แต่ถ้าอยากวางเตียง 6 ฟุตก็ยังสามารถทำได้ แต่อาจจะเหลือพื้นที่รอบๆน้อยลงหน่อย

 

ตู้เสื้อผ้า Built-in ที่ได้มากับห้อง จะได้แบบ 3 บานเปิด ซึ่งมีขนาดสูงและใหญ่พอสมควร ตู้ที่กินพื้นที่ด้านสูงจะช่วยลดการใช้พื้นที่ภายในบ้านโดยไม่จำเป็นอีกด้วย 

 

ภายในตู้เสื้อผ้าจะมีไฟ Led ที่ซ่อนไว้ด้านข้างสำหรับให้แสงสว่าง และที่บานประตูของตู้เสื้อผ้าจะเป็นกระจกเงามา 1 บาน ช่วยให้ห้องนอนดูมีดีไซน์แถมมีประโยชน์อีกด้วย

 

มุมมองในระยะดูทีวีตรงบริเวณโซฟาในห้องนั่งเล่นอยู่ที่ประมาณ 2.2 เมตร สามารถติดตั้งทีวีขนาด 55" - 60" น่าจะกำลังดี แต่ถ้าจะดูจากบนเตียงนอน ก็ควรติดสูงขึ้นอีกนิดหน่อย จะได้ไม่โดนโซฟาบัง

 

ประตูกระจกบานเลื่อนที่กั้นระหว่างห้องนั่งเล่นกับห้องนอน สามารถเลื่อนเก็บและซ่อนไว้ที่หลังกำแพงห้องครัวได้อย่างแนบเนียน ในภาพนี้เราจะมองเห็นห้องน้ำที่อยู่ติดกับห้องนอนนี้ด้วย

 

ในห้องน้ำมีฟังก์ชันที่ได้มาค่อนข้างครบครัน และมีการจัดวางส่วนต่างๆไว้ในระยะการใช้งาน ได้อย่างเหมาะสม กระจกเงาที่ให้มาจะเป็นแบบ Built-in ที่สามารถเปิดได้ เปิดออกมาจะเป็นตู้เก็บของใช้ได้ด้วย

 

ตู้กระจกเงานี้แฝงลูกเล่นเอาไว้ด้วย โดยที่ด้านในจะมีเซนเซอร์ไฟส่องสว่าง ที่เพียงแค่ปาดมือผ่านใต้ตู้ไฟรอบๆตู้ก็จะสว่างขึ้นทันที เป็นการใส่ใจในรายละเอียดของการดีไซน์ ให้มีความสวยงามและทันสมัย ส่วนชุดสุขภัณฑ์เป็นของ Cotto เหมือนกับโครงการ taka และ oka ซึ่งเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ ที่มีดีไซน์ทันสมัยเหมาะกับคนมีสไตล์อย่างพวกเรา ลูกบ้านที่นี่ VIP ทุกคนจริงๆค่า >< 

 

สีสันของการตกแต่งภายในห้องพักของ Kawa HAUS ได้รับความร่วมมือจาก Cotto ที่ช่วยออกแบบสีที่พิเศษนี้ขึ้นมา คือสีฟ้าหม่น ซึ่งภายในห้องน้ำเราจะเห็นการตกแต่งด้วยสีโทนนี้ ได้จากอ่างล้างหน้า ด้านในของตู้แบบบิวด์อินท์ ผนังตรงฝั่งห้องนั่งเล่น ส่วนพื้นผิวด้านบนของคอนโซลที่วางอ่างล้างหน้าเป็นหิน Quartz ก๊อกน้ำและเครื่องสุขภัณฑ์ต่างๆ ก็เป็นของ Cotto เช่นกัน และทางโครงการไ ด้ทำการเดินท่อน้ำร้อนน้ำเย็นไว้ให้ลูกบ้านเรียบร้อย สามารถหาเครื่องทำน้ำร้อนมาติดตั้งได้เลย

 

พื้นและผนังในห้องน้ำปูด้วยกระเบื้องลายหินขนาด 60 x 60 โทนสีเทาที่มีความทันสมัยและเข้าไดเกับทุกสไตล์ของการแต่งบ้าน ขนาดพื้นที่ภายในห้องอาบน้ำก็มีขนาดที่กว้างพอดีๆ สามารถใช้งานได้แบบสบายๆโดยไม่อึดอัด 

 

ห้องนี้เป็นแบบ 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ มีขนาดพื้นที่ทั้งหมดอยู่ที่ 51.25 ตารางเมตร ซึ่งถูกจัดสรรพื้นที่ในส่วนต่างๆได้อย่างลงตัวและเหมาะสม สะดวกต่อการใช้งาน และด้วยขนาดของห้องที่มีกว้างขวางพอสมควร ทำให้ห้องนี้เหมาะกับครอบครัวที่มีสมาชิก 2-3 คน ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้สบายๆ แบบไม่อึดอัด

เรามาดูแผนผังไปพร้อมๆกันนะคะ ภายในห้องมีการจัดวางส่วนการใช้งานต่างๆไว้อย่างครบถ้วน ตั้งแต่ห้องนอน 2 ห้อง ห้องน้ำ โซนรับประทานอาหาร ห้องครัว และห้องนั่งเล่น ทีนี้มาดูกันทีละส่วนกันนะคะ เริ่มจาก ประตูทางเข้าห้องตรงลูกศรสีแดง เปิดเข้าไปสิ่งแรกที่เจอคือ โซนรับประทานอาหารที่มีโต๊ะและเก้าอี้ทานอาหารขนาดสี่ที่นั่ง ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านหน้าห้องครัวพอดี ด้านขวามือจะเป็นห้องครัว ซึ่งคราวนี้จะได้เป็นห้องครัวแบบปิดที่สามารถทำอาหารหนักๆได้แล้ว โดยไม่ต้องกังวลเรื่องกลิ่น ถัดต่อจากห้องครัวเข้าไป จะเป็นห้องนอนเล็กแบบเตียงเดี่ยว ซึ่งมีระเบียงให้ด้วย ห้องต่อมาที่ติดกับห้องนอนเล็กคืือห้องนั่งเล่น ที่มีระเบียงรับชมวิวทิวทัศน์ได้เช่นกัน ต่อมาด้านซ้ายของผังจะเป็นห้องนอนใหญ่ ห้องนี้มีหน้าต่างแบบพิเศษ ซึ่งเราจะมาลงลึกกันต่อไปค่ะ และสุดท้ายเป็นห้องน้ำ ซึ่งออกแบบให้มีประตู 2 ด้าน ซึ่งเปิดได้ทั้งจากห้องนอนใหญ่และจากโซนรับประทานอาหาร ต่อไปเรามาดูภาพตัวอย่างของห้องพัก และลงลึกในรายละเอียดของส่วนต่างๆกันค่า

 

ด้านหน้าห้องพักมีแผนผังห้องไว้ให้ดูด้วยค่ะ

 

เปิดประตูเข้ามาด้านใน สิ่งแรกที่พบคือโซนรับประทานอาหารขนาด 3-4 ที่นั่ง ซึ่งในห้องตัวอย่างที่โครงการจัดไว้ เลือกใช้โต๊ะกระจกแบบทรงกลมเพื่อเป็นการประหยัดพื้นที่ให้มีช่องทางเดินที่กว้างขึ้น แต่ถ้าใครจะเลือกเป็นทรงสี่เหลี่ยมก็สามารถทำได้นะคะ ยังพอมีที่เหลือค่ะ

การตกแต่งภายใน เป็นสไตล์เฉพาะบุคคล ใครชอบแบบไหนก็แต่งกันตามแบบที่ชอบได้เลยค่ะ ซึ่งภายในห้องพักของโครงการจะใช้เป็นวัสดุไม้สีธรรมชาติ และตกแต่งรายละเอียดด้วยโทนสีฟ้าอมเขียว ซึ่งเป็นสีพิเศษของทางโครงการ ห้องนี้มีความหรูหรามากขึ้น ดูได้จากรายละเอียดของการตกแต่ง อย่างผนังห้องที่เราเห็นนี้มีการเดินแถบสีทองเป็นตารางสี่เหลี่ยม เพิ่มความแกรมให้กับห้องเล็กน้อย ในส่วนของหน้าต่างกระจกบริเวณห้องนั่งเล่น จะเห็นได้ว่าบานไม่ใหญ่เท่าห้องแบบแรก แต่ก็ยังถือว่ากว้างทีเดียว สามารถเปิดรับแสงสว่างเข้ามาภายในห้องได้อย่างทั่วถึง

 

พื้นที่ภายในห้องมีความกว้างขวางพอสมควรเลยทีเดียว แม้จะมีการกั้นแบ่งห้องออกเป็นส่วนๆอย่างชัดเจน ก็ไม่ทำให้ภายในนั้นดูอึดอัด ทุกพื้นที่การใช้งานยังสามารถเชื่อมโยงกันได้อย่างลงตัว

 

ด้านขวาเป็นห้องครัวแบบปิดนะคะ มีขนาดกำลังดี อาจจะไม่กว้างมาก แต่ก็เพียงพอสำหรับการจัดวางข้าวของเครื่องใช้ต่างๆที่จำเป็นได้อย่างลงตัว อ้อ!! เกือบลืม ตรงประตูของห้องครัวจะเป็นบานเลื่อนแบบสามตอนนะคะ สามารถเปิดได้กว้างอยู่ค่า

 

วัสดุและเคาน์เตอร์ภายในห้องครัวจะมีรายละเอียดเหมือนกันกับห้องแบบ 1 bed เลยค่ะ ส่วนพื้นห้องปูด้วยกระเบื้องลายหินขนาด 60 x 60 ซม. เช่นเดียวกัน

 

ตู้เก็บของของใช้ต่างๆ และช่องวางไมโครเวฟจัดวางไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสม สะดวกต่อการใช้งานมากๆ 

 

เตาน์เตอร์ห้องครัวด้านล่างตรงฝั่งขวามือ ได้มีการเพิ่มช่องสำหรับวางเครื่องซักผ้าไว้ตรงนี้แทนจากที่เคยวางอยู่ที่ระเบียงในห้องแบบ 1 bedroom

 


                                                                                                  พื้นผิวของตู้ครัวที่เป็นไม้เคลือบด้วย Thermal Laminate ที่สามารถกันน้ำได้ และมี Soft Close ให้ทั้งหมด Top เคาน์เตอร์ครัว เป็นหินแกรนิตสีดำ Back Splash จากอินเดีย

 

ซ้ายมือตรงบริเวณประตูทางเข้าห้อง เป็นชั้นวางของและตู้เก็บรองเท้า จากภาพนี้จะมองเห็นห้องน้้ำและห้องนอนใหญ่อยู่ติดกัน โดยที่ห้องน้ำนี้ถูกออกแบบให้สามารถเข้าได้ทั้งสองทาง เพื่อความเป็นส่วนตัวของห้องนอนและ ความสะดวกในการใช้งานเมื่อมีแขกมาเยี่ยมเยือน

 

ห้องนั่งเล่นสามารถวางโซฟาตัวยาวได้สบายๆ ถึง 2 ตัว แถมยังเหลือพื้นที่สำหรับทางเดินเยอะพอสมควรเลย 

 

มุมนั่งเล่นด้านริมหน้าต่าง ออกแบบให้เป็นกระจกถึงสามด้าน ให้บรรยากาศการพักผ่อนในสไตล์รีสอร์ท ที่เน้นการเปิดมุมมองเพื่อให้สามารถรับชมทัศนียภาพภายนอกที่สวยงามได้อย่างเต็มที่

 

ผนังห้องถูกออกแบบมาในดีไซน์ที่ผสมผสาน ด้วยลวดลายใบไม้สีเขียวดุจป่าที่ร่มรื่น เป็นกลิ่นอายของการตกแต่งในสไตล์เมดิเตอเรเนียน ที่ตามรีสอร์ทสวยๆนำมาใช้กันอย่างแพร่หลาย แต่เพิ่มความแกรมด้วยการเดินเส้นอลูมิเนี่ยมสีทองไปบนผนัง ทำให้ห้องดูหรูหราและมีบรรนากาศที่อบอุ่นในเวลาเดียวกัน

 

ระยะห่างจากโซฟาถึงโทรทัศน์ อยู่ที่ประมาณ 2.5 เมตร เป็นระยะที่กำลังดีเลยค่ะ 

 

หน้าต่างบานใหญ่ตรงห้องนั่งเล่นนี้ ถูกออกแบบให้สามารถเปิดค้างไว้ได้ เพื่อรับลมเย็นๆ พร้อมสร้างรั้วระแนงโปร่งๆ ป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นไว้ให้อีกด้วย 

 

บริเวณประตูทางเข้าห้องตรงนี้มีตู้ไม้ขนาดใหญ่ สำหรับใช้เก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เก็บได้เยอะมากๆ เพราะแบ่งเป็นตู้ด้านบนสามช่อง ตรงกลางเป็นช่องสำหรับวางของโชว์ได้ ด้านล่างเป็นตู้อีกสามช่อง และที่ด้านขวาเป็นช่องแบบสูงหนึ่งช่อง สำหรับเก็บของที่มีความยาว เช่น ร่ม ไม้กวาด เป็นต้น

 

ภายในห้องน้ำจะได้รับชุดสุขภัณฑ์เซทเดียวกันกับห้อง 1 bed เลยค่ะ

 

อ่างล้างหน้าทรงกลมสีฟ้าอมเขียว ซึ่งเป็นสีซิกเนเจอร์ของทางโครงการ มีขนาดที่พอเหมาะไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป

 

โถสุขภัณฑ์เป็นของ Cotto ซึ่งเป็นระบบกึ่งอัตโนมัติ ใช้งานง่าย สร้างความสะดวกสบายให้แก่ผู้พักอาศัย ถือว่าเป็นการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้ได้ครบทุกด้านจริงๆ ค่ะ

 

ขนาดของห้องอาบน้ำนั้นมีพื้นที่กำลังดี สามารถยืนอาบน้ำได้แบบสบายๆ ไม่อึดอัด

 

ภายในห้องนอนใหญ่สามารถวางเตียง 5 ฟุตได้สบายๆ เลยนะคะ แถมยังเหลือพื้นที่ใช้สอยให้ได้ใช้งานตามไลฟ์สไลต์ของตัวเองอีกด้วยค่ะ การตกแต่งจะใช้โทนสีเย็นๆ ให้ความรู้สึกสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนหลังจากทำงานเหนื่อยมาทั้งวัน

 

ห้องนอนใหญ่มีหน้าต่างกระจกบานใหญ่ ที่มีความกว้างและสูงเต็มพื้นที่ความกว้างของห้องเลยทีเดียว ทำให้ภายในห้องนอนมีบรรยากาศที่โปร่งโล่งสบาย แสงสว่างสามารถส่องเข้ามาได้อย่างทั่วถึง ทำให้ห้องสว่างมากในช่วงเวลากลางวัน ผนังด้านหัวเตียงเป็นกระจกเงา เป็นเทคนิคการเพิ่มสเปซภายในห้องให้ดูกว้างขึ้น

 

ภายในห้องติดตั้งทีวีไว้ที่ผนังด้านปลายเตียง ขนาดของทีวีไม่ควรใหญ่จนเกินไปนะคะ เพราะระยะดูทีวีจากบนเตียงไม่ห่างกันมากนัก

 

ตู้เสื้อผ้าเป็นแบบเดียวกันกับห้อง 1 bedroom ที่มีกระจกเงาติดที่บานเปิดตู้มาด้วย ยิ่งช่วยสะท้อนแสงที่เข้ามาทางหน้าต่างบานใหญ่ และกระจายแสงไปทั่วห้อง จึงทำให้ห้องนอนสว่างและโปร่งสบายยิ่งขึ้น

 

ผนังที่ติดตั้งทีวีในห้องนั่งเล่นเป็นวัสดุไม้ เคลือบเงาและกันน้ำได้ ตกแต่งให้หรูหราด้วยการเดินเส้นสีทองแบบผนังอีกด้านนึง ห้องนี้จึงดูมีสไตล์ที่โดดเด่นและหรูหรา

 

ภายในห้องนอนเล็ก มีผนังที่บุด้วยกำมะหยี่สีส้มครีม ให้ความรู้สึกหรูหราและอบอุ่นไปพร้อมๆกัน ส่วนที่เหลือเป็นกระจกเงา ซึ่งเป็นเทคนิคการทำให้ห้องดูกว้างขึ้น ห้องนอนเล็กมีพื้นที่ไม่มากนัก วางเตียงได้เต็มที่แค่ขนาด 3.5 ฟุตเท่านั้น ถ้าใครคิดว่าไม่จำเป็น สามารถปรับเป็นห้องทำงานได้ค่ะ

 

หรือถ้าครอบครัวไหนที่มีสมาชิกสามคน อาจจะเป็นคุณพ่อคุณแม่ที่มีลูกหนึ่งคน สามารถตกแต่งห้องนี้ให้เป็นห้องเด็กก็ได้เหมือนกันค่า

 

จะเห็นได้ว่า ถ้าใช้เตียงขนาด 3.5 ฟุต ก็จะเหลือพื้นที่ที่เป็นทางเดินรอบๆได้แบบสบายๆ ทำให้ห้องไม่ดูคับแคบจนเกินไป

 

ในห้องนอนเล็กนี้ ทางโครงการจะไม่มีตู้เสื้อผ้ามาให้นะคะ ลูกบ้านสามารถปรับเป็นห้องอื่นๆตามความต้องการได้เลยค่า

 

สรุปทั้งหมดเกี่ยวกับโครงการ Kawa Haus

ทำเลที่ตั้ง Kawa HAUS ตั้งอยู่ใน T77 อ่อนนุช ซึ่งเป็นชุมชนระดับ High Community ที่แสนสิริสร้างขึ้น อยู่บนถนนสุขุมวิท เป็นโครงการที่ 3 ของแบรนด์ HAUS ที่ตั้งอยู่ภายใน T77 เป็นคอนโด Low Rise ตั้งอยู่บริเวณโค้งน้ำริมคลองพระโขนง ซึ่งเป็นทำเลที่ดีและหายากมาก เป็นความโชคดีของลูกบ้านที่พักอาศัยที่นี่ เพราะภายในโครงการคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งการพักผ่อนแบบบ้านริมน้ำที่แสนจะร่มรื่น เงียบสงบท่ามกลางธรรมชาติที่โอบล้อม ทั้งต้นไม้น้อยใหญ่ แต่เต็มไปด้วยความทันสมัยของเทคโนโลยีที่นำมาใช้เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ลูกบ้านอีกด้วย 

ภายใน T77 เป็นแหล่งรวมที่พักอาศัยระดับพรีเมี่ยม มีลูกบ้านทั้งชาวต่างชาติและคนไทยแบ่งเป็นสัดส่วนครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว ใน T77 มี HABITO Mall ซึ่งเป็น Community Mall แห่งแรกของแสนสิริ ที่รวบรวมทุกไลฟ์สไตล์ของการใช้ชีวิตแบบคนเมืองมาไว้ที่นี่ สายกิน , สายเฮลตี้ , สายอ่าน , สวยแฟชั่น มีหมด 

Kawa HAUS ใน T77 ตั้งอยู่ในย่านอ่อนนุช ซึ่งเป็นแหล่งรวมความทันสมัยและมีความเจริญในหลากหลายด้าน มีชาวต่างชาติมากมายที่เข้ามาพักอาศัยในย่านนี้จนถึงขนาดต้องมีจุดรับแลกเงินไว้บริการเลยทีเดียว ห้างสรรพสินค้าและร้านอาหารในระแวกนี้ ก็มีการขายสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของชาวต่างชาติเช่นกัน ถือว่าเป็นย่านธุรกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียว  

การเดินทาง เรื่องการเดินทางถือว่าสะดวกเลยนะคะ ทั้งคนที่ใช้รถยนต์ส่วนตัวเพราะโครงการอยู่ใกล้ถนนใหญ่สุขุมวิทและยังใกล้จุดขึ้นลงทางด่วนทั้ง 2 สาย สามารถเดินทางเข้าเมืองและออกนอกเมืองได้สะดวก ส่วนใครที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัวก็มีรถไฟฟ้า BTS สถานีอ่อนนุช คอยให้บริการอยู่ใกล้ๆ แถมโครงการยังมี Shuttle Service ไปส่งให้ถึงสถานีอีกต่างหาก

การออกแบบตัวโครงการ เป็นการออกแบบในแนวคิด ความสุขแห่งการพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติใจกลางเมือง จึงออกแบบให้ทุกพื้นที่ในโครงการมีความเชื่อมโยงและกลมกลืนไปกับธรรมชาติ

  • ตั้งแต่ตัวอาคาร ที่ออกแบบเป็นเส้นโค้งตามแนวคิดของต้นไผ่
  • สระน้ำ ออกแบบให้สระมีรูปทรงแบบฟรีฟอร์ม 
  • พื้นที่ส่วนกลางที่ออกแบบให้ห้องต่างๆมีความโค้งมน เพื่อความอ่อนโยน ดูผ่อนคลาย
  • การตกแต่งภายใน ใช้สีที่ทาวโครงการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อใช้สำหรับตกแต่งรายละเอียดต่างๆภายในห้องพัก เช่น อ่างล้างมือ , ภายในของชั้นและตู้แบบบิวดือิน เป็นต้น

เนื่องจาก Kawa HAUS เป็นคอนโดที่ออกแบบในสไตล์รีสอร์ท มุ่งเน้นให้ผู้พักอาศัยได้ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่งดงาม และให้ความสำคัญกับทัศนียภาพรอบๆโครงการ โดยไม่ทิ้งความทันสมัย มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้อำนวยความสะดวกให้แก่ลูกบ้านอยู่เสมอ อย่าง Sansiri AI BOX , ระบบการควบคุมการเจริญเติบโตของผักด้วยมือถือ , ชุดสุขภัณฑ์แบบกึ่งอัตโนมัติ , ระบบชาร์จไฟรถยนต์ เป็นต้น

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ ภายในโครงการเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ มากมาย ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ๆ เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของลูกบ้านที่มีทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติได้อย่างลงตัว เช่น สระว่ายน้ำแบบ Free form ที่จากุชชี่แบบแยกน้ำร้อนน้ำเย็น , Lounge , Fitness , Lobby , Co-creation Space & Co-Pantry , Farm Shelf , The Oasis คือ พื้นที่ที่เป็นสวนสำหรับพักผ่อนหย่อนใจ , HAUS x Tokyo bike , EV Charger , Refund Machine และ Sansiri AI Box

 

ด้วยการออกแบบโครงการ Kawa Haus มาในสไตล์รีสอร์ท ซึ่งถือว่าเหมาะมากๆ กับการเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักร T77 ที่เน้นเรื่องของการอยู่อาศัยในรูปแบบชีวิตที่เรียบง่ายท่ามกลางความสงบโอบล้อมด้วยธรรมชาติ และเพียบพร้อมไปด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ให้บรรยากาศเหมือนได้พักผ่อนอยู่ท่ามกลางรีสอร์ทหรูในทุกๆ วัน

Powered by MakeWebEasy.com