EP.6 รีวิวคอนโด De Lapis จรัญ 81

EP.6  รีวิวคอนโด De Lapis จรัญ 81

สวัสดีค่าเพื่อนๆชาว Madoroom.com ทุกคน รีวิวนี้เป็นฉบับที่ 6 แล้วนะคะ ซึ่งวันนี้เราจะพาทุกคนไปเยี่ยมชมโครงการใหม่ล่าสุดจาก Grand Unity นั่นคือ โครงการ De Lapis Charan 81 (เดอ ลาพีส จรัญ 81) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการที่น่าสนใจบนทำเลฝั่งธนฯ ที่กำลังจะเปิดให้จองอย่างเป็นทางการในวันที่ 19-20 พ.ค. 2561 นี้ ในราคาเริ่มต้นที่ 2.49 ล้านบาท ตัวโครงการอยู่ติดกับรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) และอยู้ใกล้กับทางด่วนศรีรัชอีกด้วยค่ะ

De Lapis จรัญ 81 เป็นคอนโดฯ High Rise วิวแม่น้ำเจ้าพระยา ออกแบบภายใต้แนวคิด Simply Make Sense ที่สามารถพัฒนาและดีไซน์ห้องพักให้สอดคล้องกับทุกไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัย และมุ่งมั่นที่จะยกระดับความเป็นอยู่ของผู้พักอาศัยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีท่ามกลางความสะดวกสบายที่ครบครัน

ข้อมูลทั่วไปและรายละเอียดของโครงการ De Lapis จรัญ 81

  • ราคาเริ่มต้น 2,490,000 บาท
  • ราคาเฉลี่ย ประมาณ 95,000 บาท/ตารางเมตร
  • เจ้าของโครงการ บริษัท แกรนด์ ยูนิตี้ ดิเวลล็อปเมนท์ จำกัด
  • เนื้อที่ทั้งหมด 3-1-3.7 ไร่
  • อาคาร High Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร
  • จำนวนห้อง ห้องพักอาศัย 635 ยูนิต และ ร้านค้า 2 ยูนิต
  • ที่จอดรถ 260 คัน หรือคิดเป็น 41%
  • ที่ตั้งโครงการ ซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 ถนนจรัญสนิทวงศ์ แขวงบางพลัด เขตบางพลัด กทม.
  • ค่าส่วนกลาง 60 บาท/ตารางเมตร
  • ค่ากองทุน 500 บาท/ตารางเมตร
  • สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-652-4000
  • เว็บไซต์โครงการ http://grandunity.co.th/delapis/register/

ประเภทห้องพักอาศัยโครงการ De Lapis จรัญ 81

  • Studio ขนาด 26 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom Corner ขนาด 34.50 ตารางเมตร
  • 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตารางเมตร
  • 2 Bedroom ขนาด 60 ตารางเมตร

สถานที่สำคัญใกล้เคียงโครงการ De Lapis จรัญ 81

  • MRT บางพลัด
  • รพ.ยันฮี
  • เทสโก้ โลตัส
  • รัฐสภาใหม่
  • เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า
  • เมเจอร์ ปิ่นเกล้า
  • ตั้ง ฮั่ว เส็ง
  • มหาวิทยาลัยราชภัฎสวนสุนันทา
  • มหาวิทยาลัยสวนดุสิต
  • สวนสัตว์ดุสิต
  • เดอะเซ้นส์ ปิ่นเกล้า
  • สำนักงานเขตบางพลัด
  • รพ.ศิริราช
  • สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ

สิ่งอำนวยความสะดวกภายในโครงการ De Lapis จรัญ 81

  • Lobby Double Volume เพดานสูง 9 เมตร
  • Sky Fitness
  • Infinity Edge Swimming Pool
  • Sky Garden
  • Co-Working Space
  • Private Room
  • Access Card Control
  • ระบบรักษาความปลอดภัยและกล้องวงจรปิด ตลอด 24 ชั่วโมง

 

ที่ตั้งโครงการ De Lapis จรัญ 81

โครงการ De Lapis จรัญฯ 81 ตั้งอยู่ติดถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 ติด MRT สถานีบางพลัด ซึ่งรถไฟฟ้า MRT สายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ นี้คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2562 หรือประมาณต้นปี 2563 พอโครงการสร้างเสร็จก็ได้ใช้งานรถไฟฟ้าพอดีเลยนะคะ ซึ่งจะทำให้การเดินทางของผู้คนในย่านนี้และลูกบ้านโครงการ De Lapis จรัญ 81 ก็จะสะดวกสบายขึ้นเยอะเลยหล่ะค่ะ

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการหรือแหล่งจับจ่ายใช้สอยก็มีให้เลือกมากมาย เพราะตลอดถนนจรัญสนิทวงศ์นั้นเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความอุดมสมบูรณ์มากแห่งหนึ่ง ที่นอกจากมีเทสโก้ โลตัส ที่อยู่ไม่ไกลในระยะเดินได้จากโครงการแล้ว ยังมีทั้งตลาดและร้านค้า ร้านอาหาร ขายของริมทางอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของถนนเป็นระยะๆ เพราะฉะนั้นแล้วการใช้ชีวิตอยู่ในย่านนี้ไม่มีอดแน่นอนค่าาา


การเดินทาง

ด้วยการที่โครงการอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ที่ค่อนไปทางซอยจรัญฯ ท้ายๆ ใกล้กับสะพานพระราม 7 ทำให้การเดินทางมีทางเลือกหลากหลายมากขึ้น เริ่มจากวิ่งตรงมาจากหน้าโครงการ จะเจอทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ที่สามารถไปถึงจตุจักรหรือพระราม 9 ได้ในไม่กี่นาที หรือออกไปทางถนนราชพฤกษ์และถนนกาญจนาภิเษก ถือว่าช่วยร่นระยะเวลาได้มากทีเดียวเลยนะคะ หรือจะตรงไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์ข้ามสะพานพระราม 7 ไปที่ถนนวงศ์สว่าง ที่จะตรงไปตัดกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรี และถนนประชาชื่น ก่อนจะเชื่อมต่อกับถนนรัชดาภิเษกที่วิ่งพาดผ่านถนนวิภาวดีรังสิตและถนนพหลโยธินผ่านเมเจอร์รัชโยธิน

อีกด้านจะเป็นการออกมาจากโครงการแล้วกลับรถกลับไปทางบางพลัด ที่สามารถเลือกเลี้ยวซ้ายขึ้นสะพานซังฮี้เข้าสู่ถนนราชวิถี ตรงผ่านสวนตัตว์ดุสิตก่อนวิ่งตรงไปถึงอนุเสาวรีย์ชัยสมรภูมิ หรือจะเลือกเลี้ยวขวาเข้าถนนสิรินธร ก่อนจะเข้าสู่ถนนบรมราชชนนีที่สามารถวิ่งตรงไปได้ถึงถนนพุทธมณฑล ส่วนทางตรงจากแยกบางพลัดไปตามถนนจรัญสนิทวงศ์เรื่อยๆ ผ่านแยกไฟฉายก่อนจะไปเชื่อมต่อกับถนนเพชรเกษมที่แยกท่าพระ

การเดินทางวันนี้เราใช้ถนนรัชดาภิเษก เริ่มต้นจากแยกประชานุกูล เราขับรถตรงตามป้ายสะพานพระราม 7 ไปเรื่อยๆ เลยนะคะ

 

ขึ้นสะพานข้ามแยกประชานุกูลที่ตัดกับถนนประชาชื่น ด้านขวามือจะเป็นโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ประชาชื่น

 

จากนั้นเราก็ตรงตามป้ายสะพานพระราม 7 ต่อไป

 

ตรงขึ้นสะพานข้ามแยกวงศ์สว่างที่ตัดกับถนนกรุงเทพ-นนทบุรีไปเลยนะคะ

 

ข้ามแยกวงศ์สว่างมานิดเดียวก็จะถึงสะพานพระราม 7 ขับตรงขึ้นสะพานไปเลยค่าาา

 

พอข้ามสะพานพระราม 7 มาเรียบร้อยแล้วเราก็จะเข้าสู่ถนนจรัญสนิทวงศ์แล้วหล่ะค่ะ

 

เลยมาอีกหน่อยจะเริ่มเห็นรางรถไฟฟ้าแล้วนะคะ การก่อสร้างตัวรางเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงตัวสถานีและการวางระบบต่างๆ ซึ่งมีกำหนดจะเปิดให้บริการในปี 2562 หรือประมาณต้นปี 2563


บรรยากาศของถนนจรัญสนิทวงศ์จะมีตึกแถวที่เปิดเป็นร้านค้า ร้านอาหาร เรียงรายอยู่ทั้ง 2 ข้างทาง

 

ฝั่งที่เราอยู่จะเป็นซอยฝั่งเลขคู่นะคะ ส่วนโครงการจะอยู่ปากซอยจรัญฯ 81 เราจะต้องเลยมากลับรถตรงแยกซังฮี้ อย่าพลาดลงอุโมงค์ลอดใต้แยกนะคะ ไม่งั้นต้องไปกลับรถอีกไกลเลย

 

จุดกลับรถก่อนถึงแยกซังฮี้


กลับรถเรียบร้อยแล้วตรงมาอีกหน่อยก็จะเห็นโครงการอยู่ทางซ้ายมือ


ถึงแล้วค่ะ สำนักงานขายโครงการจะตั้งอยู่บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 สถานีรถไฟฟ้าที่ตั้งอยู่หน้าโครงการคือสถานีบางพลัด

 

MRT สถานีบางพลัด อยู่หน้าโครงการ


บรรยากาศภายนอกตัวโครงการ De Lapis จรัญ 81

De Lapis จรัญ 81 เป็นหนึ่งในโครงการใหม่ของ แกรนด์ ยูนิตี้ ที่ผ่านการอนุมัติรายงานสิ่งแวดล้อมหรือ EIA ห้องพักทุกห้องและส่วนกลางภายในโครงการได้รับการออกแบบและพัฒนาให้มีคุณภาพในระดับสากล มีการติดตั้งกระจกนิรภัยทั้งตึกทั้งภายในและภายนอก และการออกแบบพิเศษเพื่อให้พื้นที่ในส่วนของระเบียงห้องมีความเป็นส่วนตัวสูง (Private Balcony) กันเสื้อผ้าที่นำออกมาตากหล่นหาย ซึ่งเป็นแนวคิดที่เกิดประโยชน์จริง

โมเดลจำลองของโครงการ De Lapis จรัญฯ 81 เป็นคอนโดฯ High Rise สูง 32 ชั้น จำนวน 1 อาคาร พร้อมอาคารจอดรถสูง 8 ชั้นอีก 1 อาคาร มีจำนวนห้องพักอาศัย 635 ยูนิต สร้างบนเนื้อที่ทั้งหมด 3-1-3.7 ไร่ ติดกับ MRT สายสีน้ำเงิน (บางซื่อ-ท่าพระ) และอยู้ใกล้กับทางด่วนศรีรัช

ตัวอาคารความสูงทั้งหมด 32 ชั้น

 

อาคารจอดรถสูง 8 ชั้น สามารถรองรับการจอดรถได้ประมาณ 260 คัน หรือคิดเป็น 41%

 

MRT สถานีบางพลัด อยู่หน้าโครงการ

Master Plan ของโครงการแสดงให้เห็นภาพรวมที่ชัดเจนขึ้นนะคะ ด้านหน้าโครงการจะมีร้านค้าก่อนจะเข้าที่ Drop-Off สำหรับจอดรถรับ-ส่ง อยู่ด้านหน้าอาคารก่อนเข้าไปที่ Lobby ส่วนลูกบ้านที่จะจอดรถก็ขับตรงเข้าไปอาคารจอดรถที่อยู่ด้านหลังอาคาร

 

จุด Drop-Off บริเวณหน้าโครงการ

Grand Lobby บริเวณชั้น 1 ของโครงการ

ชั้นลอยที่อยู่เหนือ Lobby จะมี Co-Working Space สำหรับให้ลูกบ้านได้เปลี่ยนบรรยากาศมานั่งเล่น นั่งทำงาน

บรรยากาศ Co-Working Space บนชั้นลอย

ภายในบริเวณโครงการ ถูกออกแบบให้มีความร่มรื่นด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ สนามหญ้าสีเขียวสบายตา จัดให้มีมุมนั่งพักผ่อนชิวๆ หลากหลายจุด ให้ลูกบ้านได้สามารถใช้เวลาว่างในช่วงวันหยุด ไปกับบรรยากาศที่แสนสงบและผ่อนคลายได้อย่างเต็มที่

Facility หลักๆ ของโครงการอย่างสระว่ายน้ำ, ฟิตนเส และ Sky Lounge จะอยู่บนชั้น Roof Top

 บรรยากาศของ Sky Lounge บนชั้น Roof Top กับวิวโค้งแม่น้ำเจ้าพระยารับกับแสงสวยๆ ยามพระอาทิตย์ตกดิน

สระว่ายน้ำที่อยู่ชั้นบนสุดของโครงการ กับวิวสวยๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยา

 

นอกจากที่นี่จะมีส่วนกลางที่ครบครัน พร้อมอำนวยความสะดวกให้กับลูกบ้านแล้ว จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้โครงการนี้น่าสนใจ และได้คะแนนความประทับใจจากผู้เยี่ยมชมโครงการตัวอย่างไปไม่น้อย นั่นคือ คุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของวิวเมือง และวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งความพิเศษอยู่ที่ เมื่อลูกบ้านขึ้นไปใช้บริการสระว่ายน้ำของโครงการ ที่ออกแบบให้อยู่ชั้นบนสุดของตัวอาคาร ลูกบ้านจะสามารถรับชมวิวทิวทัศน์โดยรอบ และความสวยงามของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างเต็มที่เกือบ 360 องศา เหมือนคุณได้เป็นเจ้าของแม่น้ำสายนี้เลยก็ว่าได้ 

 

 

โครงการ De Lapis จรัญ 81 ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ อาศัยความอุดมสมบูรณ์ด้านสาธารณูปโภคต่างๆ ทางฝั่งบางพลัดเป็นหลัก ซึ่งอยู่ใกล้กับสถานีกลางบางซื่อมากกว่าทางฝั่งธนฯ โครงการนี้จึงเหมาะกับผู้ที่กำลังมองหาที่อยู่ใหม่ที่สามารถเชื่อมต่อกับสถานีกลางบางซื่อได้ง่าย และที่สำคัญโครงการที่มีความทันสมัยและตั้งอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยา มีไม่มากนักในแถบนี้ จึงเหมาะสำหรับกลุ่มลูกค้าวัยทำงานที่มีที่พักอยู่ในทำเลนี้อยู่แล้ว แต่ต้องการความสะดวกสบายและสภาพแวดล้อมที่น่าอยู่มากยิ่งขึ้น 

 

ห้องตัวอย่างโครงการ De Lapis จรัญ 81

ห้องของโครงการ De Lapis จรัญ 81 จะขายแบบ Fully Fitted สิ่งที่โครงการให้มาด้วยจะเป็นชุดครัวทั้งหมดตามที่โชว์ในห้องตัวอย่าง, สุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ, ตู้เก็บรองเท้าและตู้เสื้อผ้า Built-in และผ้าม่านในห้องนอน ส่วนห้องตัวอย่างที่โครงการเตรียมไว้ให้ชมจะมีทั้งหมด 3 ห้องด้วยกันนะคะ คือห้อง Studio ขนาด 26 ตารางเมตร, ห้อง 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร และ ห้อง 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตารางเมตร นอกจากนี้ภายในห้องพักได้นำกระจกมาใช้ในการตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นเทคนิคการสร้างสเปซให้ห้องดูกว้างขึ้น คราวนี้เราไปดูห้องตัวอย่างกันเลยดีกว่าค่ะ

>> แบบแรกจะเป็นห้อง Studio ขนาด 26 ตารางเมตร


ห้องสตูดิโอขนาด 26 ตารางเมตร เพดานสูง 2.7 เมตร มีขนาดที่ไม่เล็กไม่ใหญ่ เหมาะกับผู้ที่ต้องการออกแบบจัดสรรพื้นที่การใช้งาน และตกแต่งภายในด้วยตนเอง ซึ่งทางโครงการได้ให้เฟอร์นิเจอร์ที่จำเป็น Built-in มาให้อย่างครบถ้วนแล้ว จึงง่ายต่อการแบ่งส่วนการใช้งานให้เหมาะสมได้อย่างง่ายดาย ดูจากแปลนห้องจะเห็นว่า ห้องตัวอย่างที่เปิดให้เข้าชมนี้ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ตรงเข้าไปห้องนอน ซ้ายมือเป็นส่วนห้องครัว ส่วนห้องน้ำ ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet และระเบียง Private Balcony จะอยู่ถัดเข้าไป

 

ห้องนั่งเล่นเล็กๆ แบบเปิดนี้ ตกแต่งอย่างเรียบง่าย เพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเดินแบบสบายๆ อยู่ต่อเนื่องกับห้องนอนเลยค่ะ

 

ตู้เก็บรองเท้าแบบบิวด์อินท์ที่ทางโครงการให้มาค่ะ ขนาดใหญ่พอสมควรเลย

 

บริเวณห้องครัวจัดวางตำแหน่งได้เหมาะสมมากๆ ทางโครงการบิวด์อินท์ชุดครัวมาให้เรียบร้อยแล้ว เป็นไม้โทนสีอ่อนๆ เคลือบผิวกันน้ำเรียบร้อยแล้ว มีช่องวางตู้เย็นมาให้พร้อม ด้านตรงข้ามกับเคาน์เตอร์ซิงค์ล้างจาน เป็นเคาน์เตอร์แบบ Kitchen Island สำหรับเตรียมาอาหารและสามารถนั่งรับประทานอาหารที่นี่ได้ด้วย 

 

ชั้นวางของแบบติดผนัง สามารถวางเครื่องปรุงต่างๆ ได้เยอะพอสมควร

 

มีตู้เก็บข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ หลายจุด ที่เคาน์เตอร์ครัวด้านบน ด้านล่าง และตู้สำหรับวางเตาไมโครเวฟ

 

ทางโครงการให้เตาไฟฟ้ามาถึงสองหัวเลยนะคะ มีปลั๊กไฟไว้ให้พร้อมค่ะ ตรงท็อปเคาน์เตอร์เป็นกระเบื้องสีขาว สามารถกันน้ำได้ และทำความสะอาดได้ง่ายอีกด้วย

 

ตู้เก็บของมีทั้งด้านบนและด้านล่าง เก็บของใช้ต่างๆ ได้ค่อนข้างเยอะ

 

ตู้สำหรับวางเตาไมโครเวฟ ออกแบบให้ด้านบนและล่างเป็นตู้เก็บของ และมีลิ้นชักให้อีกหนึ่งชั้น

 


ห้องนั่งเล่นนี้เหมาะกับโซฟาขนาดสองที่นั่งถึงสามที่นั่ง อย่างในห้องตัวอย่างนี้ เป็นโซฟาแบบสองที่นั่ง แต่เพิ่มโต๊ะข้างเข้ามาด้วย ซึ่งถ้าใครไม่ต้องการโต๊ะข้าง ก็สามารถเปลี่ยนเป็นโซฟาสามที่นั่งได้ค่ะ

 

พื้นห้องในส่วนของห้องนั่งเล่น และห้องนอน ปูด้วยแผ่นไม้ลามิเนตสีอ่อนๆ ยกเว้นในห้องครัวและห้องน้ำที่ปูด้วยกระเบื้อง

 

พื้นที่ใช้สอยต่างๆ ภายในห้อง ไม่ว่าจะเป็นห้องครัว ห้องนั่งเล่น และห้องนอน มีความเชื่อมโยงกันทั้งหมด ห้องจึงดูกว้างขวางและไม่อึดอัด

 

บริเวณห้องนั่งเล่น มีคอนโซลสำหรับวางที่วี สามารถติดตั้งซ่อนไฟ Led ไว้ด้านล่างสำหรับให้แสงสว่างยามค่ำคืนแบบตัวอย่างห้องนี้ก็ทำได้ตามสะดวกเลยค่ะ ด้านขวาเป็นตู้เก็บรองเท้าแบบบิวด์อินท์ที่โครงการให้มานั่นเองค่า

 

ห้องนอนทีติดกับห้องนั่งเล่นนี้ อยู่ติดริมหน้าต่างบานใหญ่ พื้นที่บริเวณนี้เหมาะกับเตียงขนาด 5 ฟุต ซึ่งจะทำให้มีพื้นที่สำหรับเดินเหลือเยอะเดินได้สบายๆ

 

ข้อดีของการจัดให้ห้องนอนอยู่บริเวณนี้ ทำให้สามารถนอนรับชมทีวีในห้องนั่งเล่น จากบนเตียงได้แบบสบายๆ เลยค่ะ และถ้าใครต้องการความเป็นส่วนตัวมากขึ้น แนะนำให้หาผ้าม่านมาติดเพื่อแบ่งส่วนการใช้งานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น

 

เตียงขนาดพอเหมาะ ที่อยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่แบบนี้ ช่วยให้แสงสว่างสามารถส่องเข้ามาภายในได้อย่างทั่วถึง ที่สำคัญสามารถเปิดเพื่อรับชมทัศนียภาพภายนอกได้อย่างเต็มตาอีกด้วย 

 

บรรยากาศภายนอกเมื่อเปิดม่านออก จะเห็นได้ว่าห้องสว่างขึ้นทันทีเลยค่ะ

 

ด้านข้างเตียงบริเวณริมหน้าต่าง มีช่องทางเดินเหลือเล็กน้อย

 

ในห้องนอนทางโครงการติดตั้งผ้าม่านมาให้แล้วนะคะ ถ้าอยากเปลี่ยนเป็นแบบที่ชอบก็สามารถทำได้เช่นกันค่ะ

 

 กระจกหน้าต่างบานใหญ่เป็นแบบเข้ามุม ช่วยให้สามารถรับชมวิวภายนอกได้มากขึ้นอีกด้วยค่ะ

 


มองจากมุมห้องนอนออกไปที่ห้องนั่งเล่น และห้องครัว เราจะเห็นตัวอย่างของการใช้กระจกเข้ามาเป็นส่วนประกอบในการตกแต่ง ซึ่งจะช่วยเพิ่มสเปซให้กับห้อง ช่วยให้ห้องดูมีพื้นที่กว้างขวางนั่นเอง

 

ด้านปลายเตียงเป็นช่องทางเดินไปสู่ห้องน้ำ และไปที่ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ที่อยู่บริเวณซ้ายมือ

 

ตู้เสื้อผ้าแบบ Walk-in Closet ที่ทางโครงการให้มา เป็นแบบประตูบานเลื่อน ที่มีพื้นที่ขนาดพอดีๆ สำหรับเก็บเสื้อผ้าและกระเป๋าได้แบบสบายๆ 

 

ตรงข้ามกับตู้เสื้อผ้าเป็นประตูบานเลื่อนที่เปิดออกไปสู่ระเบียงห้อง ซึ่งตรงนี้สามารถวางเครื่องซักผ้าไ้ด้ด้วย

 

พื้นที่กว้างพอสมควรเลยค่ะ เราสามารถเข้าไปยืนได้แบบสบายๆ เลย

 

กริลอะลูมิเนียมระแนงสีขาว ออกแบบให้ช่วยบดบังเครื่องซักผ้า และคอมเพรสเซอร์แอร์ที่อยู่ด้านบนด้วย

 

ช่องทางเดินบริเวณนี้กว้างพอสมควรเลยค่ะ กระจกบานเลื่อนช่วยประหยัดพื้นที่ภายในห้องได้ดีทีเดียว

 

ภายในห้องน้ำ ทางโครงการได้ให้ชุดสุขภัณฑ์มาพร้อมสำหรับใช้งานเลยนะคะ โทนสีเป็นสีขาว ผนังและพื้นห้องปูด้วยกระเบื้องสีเทาอ่อนที่ทันสมัย 

 

โถสุขภัณฑ์แบบทันสมัยสีขาว ตั้งอยู่ในส่วนแห้งใกล้ๆ กับอ่างล้างหน้า

 

เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้าสีขาวขนาดกำลังดี เหมาะสมกับพื้นที่ภายในห้องน้ำ และถูกจัดวางไว้ในตำแหน่งที่ลงตัวพอดี 

 

ชุดเครื่องสุขภัณฑ์ ภายในห้องน้ำที่ทางโครงการให้มา เป็นของ Hafele และเป็นสีขาวทั้งหมด

 

Shower Box มีพื้นที่กว้างขวางพอสมควรเลยค่ะ อาบน้ำได้แบบสบายๆ ไม่อึดอัด เพราะมีหน้าต่างบานใหญ่ภายในให้อีกด้วย 

 

>> ห้องที่ 2 จะเป็นห้องแบบ 1 Bedroom ขนาด 26 ตารางเมตร

ขนาดห้อง 26 ตารางเมตร เพดานสูง 2.7 เมตร ที่ขนาดห้องจะเท่ากับห้องแบบ Studio ที่เราชมกันมาเมื่อกี้ แต่มีการจัด Layout ห้องให้เป็นสัดส่วนมากขึ้น

ห้องแบบที่สอง จะมีขนาดเท่ากับแบบแรกที่เป็นห้องสตูดิโอ แต่มีการจัดวางพื้นที่ในการใช้สอยเปลี่ยนจากเดิมนิดหน่อย มีความเป็นสัดส่วนที่ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เรามาดูแบบห้องไปพร้อมๆกันนะคะ เริ่มจากประตูทางเข้าห้อง เมื่อเปิดเข้าไปจะเป็นห้องนั่งเล่นอันดับแรก ตรงเข้าไปเป็นห้องนอน ซ้ายมือเป็นห้องน้ำ ถัดจากห้องน้ำเข้าไปเป็นห้องครัว ซึ่งคราวนี้อยู่ด้านในติดกับระเบียงห้องเลยค่ะ คราวนี้มาดูห้องตัวอย่างกันบ้างค่า

 

อย่างที่บอกไว้ตอนต้นนะคะว่า ทางโครงการได้ทำการออกแบบให้นำกระจกเข้าใช้ในการตกแต่งทั้งภายนอกตัวอาคารและภายในห้องพัก ซึ่งเป็นกระจกนิรภัยทั้งหมด เป็นเทคนิคการเพิ่มสเปซให้กับห้องพัก ให้มีความโล่ง โปร่ง สบาย และไม่รู้สึกอีดอัด 

 

ห้องนั่งเล่นเป็นส่วนแรกที่เราพบเมื่อเปิดประตูห้องเข้ามา เป็นพื้นที่ที่เราสามารถทิ้งตัวลงนอนเป็นที่แรก หลังจากกลับจากทำงานมาเหนื่อยๆ เหมาะกับโซฟาขนาดสองที่นั่ง เพื่อให้พื้นที่ในการเดินเหลือเยอะ แนะนำให้ใช้เป็นโต๊ะข้างสำหรับวางกาแฟ จะสะดวกกว่าโต๊ะกลางค่ะ 

 

โซฟาแบบ 2-3 ที่นั่งเป็นขนาดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับห้องนี้ค่ะ ตกแต่งผนังเพิ่มเติมกันตามความชอบได้เลย เช่นตัวอย่างการแต่งผนังห้องนี้ใช้เป็นกระจกนะคะ ช่วยเพิ่มสเปซให้กับห้องได้ดีมากๆ 

 

ตรงข้ามโซฟา เป็นช่องว่างสำหรับตั้งคอนโซลวางทีวี และด้านซ้ายจะเป็นตู้เก็บรองเท้าแบบบิวด์อินท์ที่ทางโครงการให้มา พอกลับจากทำงานเหนื่อยๆ ก็เก็บรองเท้าเข้าตุู้แล้วทิ้งตัวลงเอนหลังชมรายการทีวีได้เลย

 

ถัดเข้าไปด้านในต่อจากห้องนั่งเล่น จะเป็นส่วนของห้องนอน ซึ่งในห้องแบบที่สองนี้จะมีการแบ่งพื้นที่ให้ห้องนอนมีสัดส่วนที่ชัดเจนมากขึ้น โดยใช้ประตูบานเลื่อนที่เป็นกระจกแบบ 3 ตอน ซึ่งจะช่วยประหยัดพื้นที่เวลาเก็บพับตัวบานเลื่อน

 

ประตูกั้นห้องนอนเป็นกระจกบานเลื่อนใส เป็นกระจกเพียวๆ โดยไม่มีวัสดุอื่นๆ มาบดบัง ความสูงของกระจกจากพื้นไปจนถึงฝ้าเลยค่ะ สามารถติดม่านเพิ่มได้เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวที่มากขึ้น 

 

ภายในห้องสามารถวางเตียงหกฟุตได้ แต่อาจเหลือทางเดินน้อยหน่อยนะคะ ถ้าจะให้ดีแนะนำให้เลือกใช้เป็นเตียงห้าฟุต จะเหมาะกว่าค่ะ ห้องจะดูกว้างและโปร่งสบายขึ้นด้วย 

 

ในห้องนอนทางโครงการจะติดตั้งผ้าม่านมาให้ด้วยนะคะ แต่ถ้าใครไม่ชอบก็สามารถเปลี่ยนได้ตามสะดวกค่า

 

ภายในห้องนอน มีหน้าต่างกระจกขนาดใหญ่เช่นเดียวกับห้องแบบสตูดิโอเลยค่า เป็นกระจกแบบเข้ามุมเล็กน้อย ช่วยให้ได้บรรยากาศสบายๆ ดูกว้างขวาง

 


ด้านปลายเตียงเป็นช่องว่างสำหรับวางทีวี หาตู้มาตั้งกันตามความชอบได้เลยจ้า คราวนี้มีตู้เสื้อผ้าบิวด์อินท์มาให้ในห้องเรียบร้อยเลยค่ะ เป็นกระจกบานเลื่อนสีดำเช่นเดียวกับห้องสตูดิโอค่ะ

 

ตรงนี้เป็นบริเวณหน้าห้องนอน ด้านซ้ายมือเป็นห้องนั่งเล่น มองตรงไปเป็นห้องครัวและด้านซ้ายของห้องครัวจะเป็นห้องน้ำค่ะ

 

ชุดครัวทั้งหมด ทางโครงการบิวด์อินท์มาให้เรียบร้อยแล้วนะคะ มีทั้งลิ้นชักเก็บของ ตู้บนตู้ล่าง คราวนี้ช่องวางเตาไมโครเวฟย้ายมาอยู่ด้านล่างของเคาน์เตอร์ทำครัวค่ะ

 

ให้เตาไฟฟ้ามาถึงสองหัวเลยนะคะ ทอปเคาน์เตอร์เป็นสีขาวเคลือบกันน้ำเรียบร้อย สะดวกต่อการใช้งานมากๆ เลยล่ะค่ะ

 

ด้านขวาของห้องครัวเป็นประตูออกไปสู่ระเบียง Private Balcony ตรงนี้เป็นที่สำหรับวางเครื่องซักผ้า และเป็นที่สำหรับแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์เช่นเดิมค่า

 

พื้นตรงบริเวณนี้ปูด้วยกระเบื้องพื้นผิวหยาบเล็กน้อย เพื่อกันลื่นไปในตัวด้วยค่ะ

 

ถ้าต้องการตากผ้าบริเวณนี้ ก็สามารถหาราวตากผ้าแบบตั้งพื้นขนาดไม่ใหญ่มากมาตั้งไว้ได้เลยค่า มีระแนงอะลูมิเนียมกั้นแบบนี้ ผ้าไม่ร่วงหายแน่นอนค่า

 

คอมเพรสเซอร์แอร์ทั้งสองตัวถูกแขวนไว้ด้วยความเรียบร้อยกันแดดกันฝน ปลอดภัย ยืดอายุการใช้งานได้ดีอีกด้วย

 

 

คราวนี้มาดูห้องน้ำกันบ้างนะคะ อยู่ติดกับห้องครัวเลยค่ะ กว้างขวางพอสมควรเลย

 

แยกส่วนแห้งและส่วนเปียกออกจากกันอย่างชัดเจน ชุดสุขภัณฑ์ทางโครงการให้มาครบเหมือนเดิมเลยค่ะ

 

อ่างล้างหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า ช่วยให้น้ำไม่กระเด็นมากด้วยนะคะ ด้านล่างเป็นช่องใส่ของได้ด้วย

 

กระจกเงาให้มาบานใหญ่มากกกก กว้างสุดๆ เรียกว่าส่องกันแบบสะใจเลยทีเดียว >< 

 

ทางด้านขวาจะเป็น Shower Box นะคะ ด้านหน้าห้องอาบน้ำมีช่องวางของเป็นชั้นๆ บิวด์อินท์มาให้ด้วย สะดวกมากๆ 

 

 Shower Box เป็นกระจกแบบ Sexy Bath ภายในกว้างเลยทีเดียว หมุนตัวอาบน้ำได้แบบชิวๆ กันเลย

 

 

>> ห้องแบบสุดท้ายเป็นห้องแบบ 1 Bedroom Plus ขนาด 34.50 ตารางเมตร

ห้องแบบที่สามนี้มีขนาด 34.50 ตารางเมตร ซึ่งกว้างขึ้นกว่าสองห้องที่ผ่านมา ภายในจึงโปร่งสบาย มาดูแบบห้องกันค่ะ เมื่อเปิดประตูเข้าไปจะเจอกับห้องนั่งเล่นเหมือนเดิม แต่มีพื้นที่กว้างกว่าเดิม ตรงเข้าไปเป็นห้องนอนนะคะ ฝั่งซ้ายก็เหมือนเดิมค่ะ เป็นห้องน้ำ ห้องครัว และระเบียง

 

เปิดประตูเข้ามาเป็นห้องนั่งเล่นโทนสีขาวสบายตา โซฟาขนาด 2-3 ที่นั่งได้แบบสบายๆ ทางเดินเหลือเยอะขึ้นอย่างเห็นได้ชัด 

 

โต๊ะกาแฟ จะเลือกใช้เป็นโต๊ะวางด้านข้างแบบนี้ก็ไม่เปลืองพื้นที่ดีนะคะ ด้านหลังของโซฟาเชื่อมต่อกับห้องครัว เวลาเตรียมอาหารก็สามารถรับชมรายการทีวีไปด้วยได้นะคะ

 

ตู้รองเท้าแบบ Built-in ที่โครงการให้มา เป็นทรงสูงถึงฝ้าห้องเลยค่ะ เก็บได้เยอะมากๆ

 

คอนโซลวางทีวีทางโครงการไม่ได้ให้มานะคะ สามารถเลือกได้ตามความชอบมาตกแต่งเองได้เลยค่า

 

การจัดวางพื้นที่ใช้สอยส่วนต่างๆ มีความเหมาะสมและลงตัวทีเดียวค่ะ ห้องนอนมีประตูกระจกบานเลื่อนแบ่งพื้นที่ไว้เป็นสัดส่วน

 

ห้องนอนมีพื้นที่กว้างมากขึ้น ผนังด้านปลายเตียงลูกบ้านสามารถนำทีวีมาติดตั้งได้ตามตัวอย่างเลยนะคะ

 

เตียงนอนที่เหมาะสมที่สุดน่าจะเป็นเตียงขนาด 5 ฟุตค่ะ จะเหลือพื้นที่สำหรับเดินได้แบบสบายๆ

 

ภายในห้องนอนอยู่ติดกับหน้าต่างบานใหญ่เช่นเคย แสงสว่างจากด้านนอกจะช่วยให้ห้องนอนนี้ ดูโปร่ง โล่งสบาย เมื่อเปิดม่านสามารถรับชมวิวทิวทัศน์จากภายนอก ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายสมกับเป็นสวรรค์แห่งการพักผ่อนจริงค่า


ที่มุมด้านขวาของผนังฝั่งปลายเตียง เป็นตู้เสื้อผ้าแบบบิวดือินท์ที่ออกแบบให้ลดการใช้พื้นที่โดยไม่จำเป็นอีกด้วย

 

ตู้เสื้อผ้าที่ทางโครงการให้มา เป็นแบบกระจกบานเลื่อนสีดำ มีช่องสำหรับเก็บของด้านบน และช่องสำหรับไม้แขวน

 

ภายในห้องนอนเป็นกระจกบานใหญ่แบบเข้ามุมเหมือนห้องแบบแรก และแบบที่สอง ให้มุมมองที่กว้างมากขึ้น รับชมทัศนียภาพภายนอกได้มากกว่าที่เคย

 

เพดานห้องสูงถึง 2.7 เมตร ห้องจึงดูโปร่งสบาย ส่วนกระจกที่เข้ามุมแบบนี้ ทำให้โครงการทำการออกแบบรางผ้าม่านให้มีความโค้งมนตามมุมห้องไปด้วย เรียกว่าใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ ค่ะ

ห้องครัวที่ทางโครงการ Built-in มาให้ พร้อมใช้งานได้เลยทันที มีช่องวางตู้เย็น ตู้เก็บของ ลิ้นชัก ซิงค์ล้างจาน มาให้ครบครัน เตาไฟฟ้าสองหัวเหมือนเดิมค่ะ

 

 

เคาน์เตอร์ Kitchen Island นี้ให้มาด้วยนะคะ สามารถใช้เป็นที่สำหรับเตรียมอาหารหรือเป็นโต๊ะรับประทานอาหารได้ด้วยค่ะ สารพัดประโยชน์มากๆ

 

เคาน์เตอร์ครัวด้านล่างมตู้สำหรับเก็บของ ลิ้นชัก และช่องวางเตาไมโครเวฟ

 

เคาน์เตอร์ครัวด้านบน เป็นตู้บิวด์อินท์ที่ให้มาหลายตู้เลยทีเดียว เก็บข้าวของเครื่องใช้ได้ค่อนข้างเยอะเลยค่ะ

 

ทอปเคาน์เตอร์เป็นสีขาวพื้นผิวมัน ทำความสะอาดได้ง่าย กันน้ำได้ดีอีกด้วย

 

อ่างล้างจานขนาดมาตรฐาน ต่อท่อน้ำทิ้งให้เรียบร้อย พร้อมสำหรับการใช้งานได้เลยค่ะ

 

Kitchen Island สำหรับรับประทานอาหาร หรือสำหรับเตรียมอาหาร หรือจะเอาไว้วางของตกแต่งได้นะคะ 

 

ติดกับห้องครัวเป็นห้องน้ำนะคะ

 

พื้นและผนังภายในห้องน้ำ ปูด้วยกระเบื้องเคลือบแบบพื้นผิวหยาบสีเทาอ่อน ที่ช่วยกันลื่นได้ดี 

 

ชุดสุขภัณฑ์ภายในห้องน้ำ ทางโครงการให้มาครบเลยนะคะ หน้าตาเหมือนกันกับห้องแบบแรกและแบบที่สอง

 

อ่างล้างหน้าสีขาว มีช่องวางของด้านล่างหนึ่งชั้น กระจกส่องได้บานใหญ่พอสมควรเลยค่ะ

 

ด้านซ้ายของอ่างล้างหน้าเป็น Shower box กระจกเป็นแบบ sexy bath เป็นการแยกส่วนเปียกและแห้งออกจากกันอย่างชัดเจน

 

คราวนี้เรามาดูในส่วนที่พลัสขึ้นมาจากห้องปกติ ห้องนี้จะเพิ่มในส่วนของพื้นที่ที่เป็นห้องอเนกประสงค์ ลูกบ้านสามารถนำมาปรับเป็นห้องทำงาน ห้องเด็ก หรือห้องอื่นๆได้ตามความต้องการเลยค่ะ มีประตูกระจกบานเลื่อนกั้นเป็นสัดส่วน กันกลิ่นอาหารได้อีกด้วย

 

ห้องนี้มีขนาดไม่กว้างมากนัก แต่ก็เพียงพอสำหรับทำเป็นห้องนั่งอ่านหนังสือ หรือห้องทำงานได้อย่างสบายๆ

 

ห้องนี้เชื่อมต่อกับประตูที่เปิดไปสู่ระเบียง Private Balcony ด้านนอก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ประตูค่อนข้างกว้าง นั่นหมายถึงระเบียงห้องที่มีหน้ากว้างขึ้นด้วยนั่นเอง ด้านบนติดตั้งรางผ้าม่านไว้ให้แล้วเรียบร้อย 

 

ระเบียง Private Balcony ตรงนี้ก็เหมือนกับห้องทั้งสองแบบก่อนหน้านี้เลยค่ะ อาจต่างกันที่ขนาดพื้นที่เล็กน้อย

 

วางเครื่องซักผ้าไว้ตรงนี้ น่าจะสะดวกต่อการใช้งานที่สุดค่ะ ตะกร้าผ้าที่ใช้แล้วสามารถเอามาวางไว้ที่นี่ได้เลยค่ะ ในห้องจะได้ไม่เหม็นอับด้วย 

 

ด้านบนแขวนคอมเพรสเซอร์แอร์ ไว้ถึงสามตัวด้วยกันค่ะ เนื่องจากมีการติดตั้งแอร์ในห้องพลัสด้่วย

 

พื้นห้องเป็พื้นไม้ลามิเนตสีอ่อนๆ ให้ความรู้สึกอบอุ่น ในห้องสามารถวางโต๊ะทำงานขนาดย่อมได้หนึ่งตัว โซฟาเล็กๆ แบบ 1-2 ที่นั่งได้แบบสบายๆ 

 

ห้องพลัสนี้ ทางโครงการเปิดโอกาสให้ลูกบ้านสามารถดีไซน์การตกแต่งภายในได้อย่างอิสระ ตามความต้องการการใช้งาน และไลฟ์สไตล์ของแต่ละคนได้เลยค่า

 

- สรุปภาพรวมโครงการ De Lapis จรัญ 81 -

โครงการ De Lapis จรัญ 81 ตั้งอยู่บนถนนจรัญสนิทวงศ์ บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 81 ซึ่งเป็นถนนจรัญสนิทวงศ์ช่วงปลายๆ ที่จะข้ามสะพานพระราม 7 ไปฝั่งถนนวงศ์สว่าง จึงทำให้การเดินทางค่อนข้างสะดวก สามารถเลือกใช้ได้หลายเส้นทาง และยังอยู่ใกล้จุดขึ้น-ลงทางด่วนศรีรัช-วงแหวนรอบนอก ที่ช่วยร่นระยะเวลาในการเข้าเมืองและออกนอกเมืองได้เยอะเลยทีเดียว บวกกับโครงการอยู่ติดกับ MRT สถานีบางพลัด ซึ่งสายสีน้ำเงิน ช่วงบางซื่อ-ท่าพระ นี้คาดว่าจะเปิดให้บริการในปี 2562 หรือต้นปี 2563 โครงการสร้างเสร็จก็ได้ใช้งานรถไฟฟ้าพอดีเลยนะคะ

ส่วนสิ่งอำนวยความสะดวกรอบๆ โครงการ หรือแหล่งจับจ่ายใช้สอยก็มีให้เลือกมากมาย เพราะตลอดถนนจรัญสนิทวงศ์เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยที่มีความอุดมสมบูรณ์ ที่นอกจากซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ไม่ไกลจากโครงการแล้ว ยังมีทั้งตลาดและร้านค้า ร้านอาหาร ขายของอยู่ทั้ง 2 ฝั่งของถนนตลอดเส้นทาง

สำหรับตัวโครงการออกแบบมาในสไตล์โมเดิร์นมีความสวยงามตามยุคสมัย และการแยกอาคารจอดรถออกมาช่วยให้อาคารที่พักอาศัยมีความเป็นส่วนตัวมากขึ้น ไม่ค่อยวุ่นวายกับการที่มีรถขึ้น-ลงอาคาร และการที่มี Sky Facility อยู่ด้านบนสุดของตัวอาคารก็เป็นข้อดีอย่างหนึ่งที่ลูกบ้านทุกคนสามารถขึ้นไปใช้ส่วนกลางและชมวิว 360 องศา วิวแม่น้ำเจ้าพระยาและวิวเมืองได้

ห้องพักอาศัยโครงการจัดมาให้แบบ Fully Fitted ที่มีเฟอร์นิเจอร์ Built-in จากแบรนด์ดัง Chic Republic มาให้ส่วนหนึ่ง แต่ก็ถือว่าช่วยลดภาระในการจัดตกแต่งห้องไปได้เยอะเลยนะคะ แถมยังจัดออกมาได้เป็นสัดส่วนและลงตัว ช่วยให้ลูกบ้านสามารถตกแต่งห้องของตัวเองได้ง่ายมากขึ้นอีกด้วย

 

 

Powered by MakeWebEasy.com