เซ็นทรัล ทุ่ม 5 พันล้าน เปิด "เซ็นทรัล วิลเลจ" ลักชัวรี่เอาต์เลต แห่งแรกของไทยใกล้สุวรรณภูมิ

เซ็นทรัล ทุ่ม 5 พันล้าน เปิด "เซ็นทรัล วิลเลจ" ลักชัวรี่เอาต์เลต แห่งแรกของไทยใกล้สุวรรณภูมิ

ค้าปลีกกรุงเทพฯตะวันออกระอุ เซ็นทรัลทุ่ม 5 พันล้าน ผุดฟอร์แมตใหม่ติดสุวรรณภูมิ "ลักชัวรี เอาต์เลต" ดึง 235 แบรนด์ดังกระหน่ำลด 70% ล่อใจนักช็อปไทย-เทศ ขณะที่บิ๊กโปรเจ็กต์ 2 หมื่นล้านกลุ่มเดอะ มอลล์ยังไม่คืบ

สมรภูมิค้าปลีกกรุงเทพฯตะวันออกระอุอีกครั้งเมื่อค่ายยักษ์ใหญ่เซ็นทรัลประกาศเปิดตัวศูนย์การค้าฟอร์แมตใหม่ภายใต้ชื่อ เซ็นทรัล วิลเลจ ริมถนนบางนา-ตราด ปากทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ หลังก่อนหน้านั้น กลุ่มเดอะมอลล์ ได้ประกาศลงทุน โครงการ "แบงค็อก มอลล์" มิกซ์ยูสขนาดใหญ่มูลค่าการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท ตั้งอยู่หัวถนนบางนา-ตราด (ตรงข้ามไบเทค บางนา) ขณะที่ "เมกาบางนา" ลงทุนต่อเนื่องล่าสุดประกาศแผนใช้งบลงทุนอีกกว่า 3,000 ล้านบาท ในการพัฒนาเฟส 2 โดยมีแม็กเนตใหม่ที่จะมาเป็นจุดขายทั้งเดอะ มาร์เวล เอ็กซ์พีเรียนซ์ แหล่งท่องเที่ยวบันเทิงแบบอินเตอร์แอกทีฟแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, แหล่งรวมด้านการเรียนรู้แห่งใหม่ของกรุงเทพฯตะวันออก

นางสาววัลยา จิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานพัฒนาธุรกิจและโครงการ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มเซ็นทรัล ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา, เซ็นทรัล เฟสติวัล, เซ็นทรัลเวิลด์ ฯลฯ  เปิดเผยว่า หลังใช้เวลาในการศึกษานานกว่า 6 ปีและพบว่า กลุ่มผู้บริโภคระดับกลางของไทยเริ่มมีกำลังซื้อมากขึ้น และให้ความสำคัญกับสินค้าแบรนด์เนม ขณะเดียวกันกลุ่มผู้บริโภคระดับบนก็ยังนิยมช็อปปิ้งในต่างประเทศ ทำให้บริษัทมองเห็นเป็นโอกาส จึงพัฒนาและเปิดตัวศูนย์การค้าฟอร์แมต ภายใต้ชื่อ "เซ็นทรัล วิลเลจ" ในรูปแบบลักชัวรี เอาต์เลต มอลล์ บนที่ดิน 100 ไร่ริมถนนบางนา-ตราด ปากทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ  รวมพื้นที่โครงการ 4 หมื่นตารางเมตร รวมแบรนด์ร้านค้าชั้นนำกว่า 235 ร้านค้า ด้วยงบลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท

โดยภายในเซ็นทรัล วิลเลจ ประกอบไปด้วยร้านค้าแบรนด์เนม 20% ร้านอาหาร 20% ส่วนที่เหลือเป็นร้านค้าทั่วไป อาทิ ซูเปอร์มาร์เก็ต  ร้านจำหน่ายเครื่องใช้ไฟฟ้า  ร้านจำหน่ายอุปกรณ์และชุดกีฬา กระเป๋า ฯลฯ ซึ่งถือเป็นลักชัวรี เอาต์เลต มอลล์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย และมีขนาดใกล้เคียงกับเอาต์เลต มอลล์ในต่างประเทศ ทั้งที่ไต้หวัน มาเลเซีย และญี่ปุ่น เป็นต้น

"จุดเด่นของเซ็นทรัล วิลเลจคือ เป็นการรวมแบรนด์เนม ระดับโลกมาไว้มากที่สุดและจำหน่ายในราคาลดลง 35-70% ขอยืนยันว่าสินค้าในเอาต์เลตจะเป็นคอลเลกชันที่เคยวางจำหน่ายแล้ว เมื่อมีคอลเลกชันใหม่มาก็ต้องออกจากเชลฟ์เดิม มาอยู่ที่นี่ทำให้สามารถทำราคาได้ แตกต่างจากสินค้าในคิง เพาเวอร์ ซึ่งเป็นคอลเลกชันที่ใหม่กว่าและไม่มีภาษีนำเข้า กลุ่มลูกค้าจึงคนละกลุ่ม"

ทั้งนี้กลุ่มเป้าหมายของเซ็นทรัล วิลเลจคือ กลุ่มลูกค้าคนไทย 65% และต่างชาติ 35% โดยเน้นหนักที่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวจีน รัสเซีย ฯลฯ ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 60 ล้านคนในปี 2563 จะเป็นกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ของเซ็นทรัล วิลเลจ เพราะสามารถมาท่องเที่ยวและช็อปปิ้งในกรุงเทพฯได้อย่างสะดวก ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นทัวริสต์ เดสติเนชันของเมืองไทย

สำหรับเซ็นทรัล วิลเลจ จะแบ่งการลงทุนออกเป็น 3 เฟส โดยเฟสแรกจะเปิดให้บริการร้านค้าแบรนด์เนมและร้านอาหารในไตรมาส 3 ปี 2562 ส่วนเฟส 2 และเฟส 3 จะทยอยเปิดให้บริการทั้งร้านค้าแบรนด์เนม ร้านค้าต่างๆ และโรงแรมระดับ 5 ดาวซึ่งกลุ่มเซ็นทรัลจะเป็นผู้ลงทุนเองด้วย

ขณะที่ความคืบหน้าของโครงการแบงค็อก มอลล์ มิกซ์ยูสขนาดใหญ่มูลค่าการลงทุน 2 หมื่นล้านบาท บนที่ดินกว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่หัวถนนบางนา-ตราด (ตรงข้ามไบเทค บางนา) ซึ่งที่นี่จะรวมศูนย์การค้า คอนโดมิเนียม เซอร์วิสอพาร์ตเมนต์ อาคารสำนักงาน ฯลฯ ภายใต้แนวคิด City within the City  โดยกลุ่มเดอะ มอลล์เปิดแถลงข่าวแนะนำโครงการไปเมื่อปี 2557 และตามแผนจะต้องเริ่มก่อสร้างในกลางปี 2561 ก่อนที่จะเปิดให้บริการเฟสแรกในปี 2566 และเสร็จสมบูรณ์ทั้งโครงการในปี 2569 นั้น จากการสอบถามไปยังผู้บริหารของเดอะ มอลล์ กรุ๊ป ระบุว่า การลงทุนในโครงการแบงค็อก มอลล์จะยังคงมีต่อไป แต่อาจไม่เป็นไปตามแผนเดิมที่วางไว้ ทั้งนี้ต้องขึ้นอยู่กับสภาพเศรษฐกิจและความพร้อม ส่วนจะลงทุนเมื่อใดนั้น ต้องรอให้กลุ่มมีความพร้อมมากกว่านี้

นางสาวปพิตชญา สุวรรณดี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารศูนย์ การค้าเมกาบางนา กล่าวแสดงความคิดเห็นว่า กำลังซื้อของคนในพื้นที่  ระยะทางที่ใกล้กับสนามบินนานาชาติและโครงการพัฒนาพื้นที่บริเวณชายฝั่งทะเลตะวันออก รวมทั้งระบบขนส่งมวลชนในอนาคต ทั้งรถไฟฟ้าและรถโมโนเรล ทำให้นักพัฒนาและนักลงทุนสนใจเข้าร่วมโครงการพัฒนาเมกาบางนาและเมกาซิตี้

 
ที่มา : หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

Powered by MakeWebEasy.com