Please Don't Tell เขาใหญ่ คาเฟ่ขี้อาย ที่ใครก็ตามหา

Last updated: Oct 30, 2018  |  Lifestyle

Please Don't Tell เขาใหญ่ คาเฟ่ขี้อาย ที่ใครก็ตามหา

นี่ก็ปลายเดือนสิงหาคมแล้ว ใกล้เข้าสู่ช่วงเวลาของฤดูหนาวเข้ามาทุกที ถ้าพูดถึงสถานที่ท่องเที่ยว ที่ผู้คนนิยมไปเที่ยวกันในช่วงหน้าหนาว คงหนีไม่พ้นจังหวัดทางแถบภาคเหนือ แต่สำหรับใครที่ไม่อยากขับรถไปไกล หรือเดินทางไกลให้เหนื่อย ก็ยังมีสถานที่ตากอากาศในช่วงหน้าหนาวที่ใกล้ๆ กรุงเทพฯ ซึ่งใช้เวลาขับรถเพียง 3 ชั่วโมงก็ถึงที่หมายแล้ว 

คงเดากันออกใช่มั้ยล่ะคะ ว่าที่ที่เรากำลังพูดถึงนั่นก็คือ "เขาใหญ่" นั่นเองค่า เชื่อว่าไม่มีใครไม่รู้จักเนอะ บางคนอาจจะเคยไปมาแล้วหลายครั้งด้วยซ้ำ ด้วยความที่เขาใหญ่นั้น เป็นแหล่งกักเก็บโอโซนบริสุทธิ์ ที่เต็มไปด้วยผืนป่าสีเขียว ภูเขาสูงรายล้อม เพียงแค่ขับรถเข้าสู่เขตอำเภอปากช่อง ก็รับรู้ได้ถึงอากาศที่เย็นสบาย หายใจได้เต็มปอดแล้ว นี่มันสวรรค์ของคนกรุงชัดๆ!! 

วันนี้เราจะไม่พาทุกคนไปเที่ยวแบบแอดเวนเจอร์ให้เหนื่อยกันนะคะ แต่จะพาไปนั่งชิว เปลี่ยนที่เม้ามอยกับเพื่อนๆ กันที่คาเฟ่ลับท่ามกลางป่าเขา หลีกหนีความวุ่นวายในเมือง ไปสูดอากาศบริสุทธิ์กันให้ชุ่มปอด ให้สมกับที่ขับรถมาถึงเขาใหญ่กันหน่อย และร้านที่เราจะพาไปนั่นก็คือ Please Don't Tell เขาใหญ่ ค่าา พร้อมแล้วไปฟินกันเล้ยย 

 

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับ คาเฟ่ขี้อายที่ชื่อว่า "Please Don't Tell" กันซักเล็กน้อยนะคะ ร้านเก๋ๆ นี้ตั้งอยู่ในโครงการมนตรลดาเขาใหญ่ ซึ่งผู้เป็นเจ้าของคือสองสามี - ภรรยา คุณภัณฑิล น่วมเจิม และคุณปภาณิน กันตถาวร ที่ได้รับมรดกตกทอดเป็นที่ดินผืนใหญ่ ท่ามกลางธรรมชาติอันงดงามและอุดมสมบูรณ์สุดลูกหูลูกตา ท่านทั้งสองจึงเกิดแนวคิดที่อยากจะแบ่งปันความงามทางธรรมชาตินี้ ให้แก่นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสด้วยตาตัวเอง จึงตัดสินใจเปิดคาเฟ่ "Please Don't Tell" นี้ขึ้นภายในโครงการ

 

คาเฟ่นี้ตั้งอยู่ภายในตัวโครงการมนตรลดาเขาใหญ่ ถ้าเสิชในกูเกิ้ลแมปด้วยชื่อของคาเฟ่โดยตรงเลย อาจจะหาทางเข้ายากซักหน่อย แนะนำว่าให้สังเกตุป้ายทางเข้าโครงการมนตรดาก่อน จากนั้นก็ถามยามได้เลยค่า ก็อย่างที่บอกว่านางเป็นคาเฟ่ขี้อาย ที่ซ่อนตัวอยู่กลางป่ากลางเขา แต่รับรองว่า ความพยายามที่จะหาตัวนางให้เจอนั้นคุ้มค่ากับการมาของคุณแน่นอน อิอิ

 

มาถึงร้านแล้วว เรียกว่าอยู่บนเนินเขากันเลยทีเดียว แค่บรรยากาศระหว่างทางที่เข้ามาในโครงการก็ฟินแล้วล่ะค่า

 

ทางเข้าร้านจะมีป้ายเป็นภาพน้องหมาใส่หมวกสูบไปป์ตั้งอยู่ ซึ่งตามจุดต่างๆ ภายในร้านก็มีด้วยเหมือนกัน จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของร้านไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งที่มาของภาพน้องหมานี้ก็คือสัตว์เลี้ยงแสนรักของเจ้าของคาเฟ่ คือ คุณภัณฑิล น่วมเจิม และคุณปภาณิน กันตถาวร นั่นเองค่า 

 

หลังจากเปิดประตูเข้ามาในตัวร้าน ก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายเย็นสบาย มีเคาน์เตอร์สั่งอาหารและเครื่องดื่มบริการลูกค้าอยู่ใกล้ประตูทางเข้าเลยค่ะ 

 

 

 

 

 

เมนูเครื่องดื่มของที่นี่ มีทั้งเครื่องดื่มเย็น และร้อน ทั้งชา กาแฟและน้ำผลไม้เพื่อสุขภาพหลากหลายเมนู นอกจากนี้ยังมีชานมหอมหวานละมุนลิ้นให้เลือกชิมกันในราคาเบาๆ อีกด้วย

 

 

มาดูในส่วนของอาหารกันบ้างค่ะ อาหารของที่นี่ต้องบอกว่าเหมาะกับสถานที่และบรรยากาศสบายๆ แบบนี้มากๆ เมนูอาหารจะเป็นแบบอาหารว่างทานเล่น และแบบอาหารจานเดียว มีให้เลือกกว่า 10 เมนูเลยทีเดียว ใครหิวก็ฝากท้องกันที่นี้ได้เลย มีครบทั้งคาวและหวาน 

 

ที่นี่ยังมีเค้กอร่อยๆ และวาฟเฟิลนุ่มๆ ไว้สำหรับทานคู่กับเครื่องดื่มด้วยค่ะ เค้กกับชา กาแฟนี่ ต้องคู่กันสิน้าา ><

 

 

บรรยากาศภายในร้านไม่ทำให้รู้สึกแออัดเลยแม้แต่น้อย ด้วยการออกแบบให้เพดานร้านสูงโปร่งพอสมควร เพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี และรอบๆ ตัวร้าน ใช้เป็นผนังกระจกทั้งหมด ทำให้เห็นวิวทิวทัศน์ภายนอกได้รอบทิศทางเลยทีเดียว นอกจากนั้ยังมีที่นั่งในส่วนที่เป็นเอาท์ดอร์อีกด้วยค่า

 

 

ที่นั่งด้านในก็มีให้เลือกนั่งเยอะมาก หลายแบบตามความเหมาะสมและความถนัดค่ะ จะมาเป็นกลุ่ม มาคู่ มาเดี่ยว หรืออยากนั่งประชุมนอกรอบ ก็ทำได้สบายๆ เลยค่า ระยะห่างระหว่างโต๊ะก็จัดได้พอดีมากๆ ไม่ติดกันเกินไป เม้ามอยกับเพื่อนฝูงกันได้สะดวกแน่นอน

 

ที่นั่งแบบเก้าอี้บาร์ก็มีน้า ใครชอบนั่งทำงานเงียบๆ บวกกับชมวิวทิวทัศน์ไปด้วย มุมนี้เหมาะมากๆ เลย

 

 

เครื่องดื่มที่เราลองสั่งมาชิมในวันนี้คือ เมนูอัญชันนมเย็น ชื่อสะดุดหู สีสะดุดตามาก จนสาวหวานแบบเราทนไม่ไหว ต้องสั่งมาลอง ส่วนรสชาตินั้น หอม มัน หวานกำลังพอดี ขนาดเราเดินถ่ายรูปตั้งนาน น้ำแข็งละลายไปบ้างแล้วยังอร่อยอยู่เลย ส่วนอีกเมนูคือ Cafe'Latte กาแฟเย็นรสชาติกลมกล่อม หอมกลิ่นกาแฟอ่อนๆ นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่นๆ ให้ลองชิมกันอีกหลายเมนูเลยค่า

 

อีกสองเมนูที่เราสั่งมาลองก็คืออ greentea Frappe ซึ่งเป็นเมนูใหม่ของทางร้าน ราคาแก้วละ 120 บาท เป็นชาเขียวรสหอมหวานกำลังดี ละมุนมากๆ ที่สำคัญด้านบนทอปวิปปื้งครีมสีม่วง โรยด้วยเกร็ดน้ำตาลสายรุ้ง หอมมันเข้ากับตัวชาเขียวมากๆ  

อีกเมนูคือ Choco Frappe เป็นโกโก้ปั่นเข้มข้น ไม่หวานเลี่ยนเกินไป กลมกล่อมหอมโกโก้สุดๆ ไปเลยค่าา อย่าลืมสั่งมาลองกันนะคะ

 

เจอกันอีกแล้วเจ้าหมาน้อย

 

 

เดินออกมาทางด้านข้างของตัวร้าน จะพบกับที่นั่งด้านอกอีกหลายจุดเลยค่ะ รองรับลูกค้าได้เยอะพอสมควรเลยนะเนี่ย จะบอกว่าวิวสวยมากกกกกกก ลมพัดเย็นสบาย อยากหยุดเวลาไว้ตรงนี้จังเลยค่ะ 

 


เดินเลาะไปอีกนิด ก็จะพบมุมนั่งชิวด้านหลังที่วิวดีที่สุดในร้าน ซึ่งบริเวณนี้เป็นลานกว้าง มีพื้นที่ให้เดินเล่น และถ่ายรูปกันได้อย่างจุใจเลยทีเดียว 

 

 

 

 

 

ที่นั่งบริเวณนี้เป็นโซฟานุ่มๆ ให้เอนกายพักผ่อน รับบรรยากาศที่แสนสดชื่นท่ามกลางป่าและเขา สูดอากาศบริสุทธิ์กันให้ชุ่มปอดไปเลย เป็นช่วงเวลาที่ผ่อนคลายดีจริงๆ ช่วยให้เราลืมเรื่องวุ่นวายไว้ข้างหลังก่อน ใครที่เครียดกับงานและชีวิตประจำวันอยู่ มาเจอแบบนี้หายเหนื่อยแน่นอน

 



มาถึงมุมมหาชน มุมสัญลักษณ์ และเป็นมุมที่วิวดีที่สุดในคาเฟ่นี้เลยก็ว่าได้ ใครที่มาร้านนี้แล้วไม่ถ่ายมุมนี้ ถือว่ามาไม่ถึงนะจ๊ะ >< ตรงนี้เป็นลานกว้างสำหรับให้นักท่องเที่ยวได้ถ่ายภาพและเดินชมวิวกันอย่างเต็มตา

 

แนวภูเขาแบบพาโนรามา ผืนป่าเขียวขจีสุดสายตานี้ ทำให้รู้สึกว่าการมาที่นี่ของเรานั้นมันช่างคุ้มค่าจริงๆ ค่ะ เป็นช่วงเวลาที่เราได้พักสมอง ละทิ้งเรื่องราววุ่นวายต่างๆ เอาไว้ก่อน และสัมผัสกับบรรยากาศที่ผ่อนคลายตรงหน้า อ้าแขนรับพลังบวกที่ได้จากธรรมชาติอันแสนงดงามเหล่านี้ แล้วหอบกลับไป เพื่อสร้างกำลังใจเล็กๆ ให้กับเราเองและผู้อ่านที่น่ารักทุกท่าน ได้มีกำลังใจสู้กับงานกันต่อไปค่ะ ใครที่กำลังมองหาที่พักใจดีๆ ก็อย่าลืมตามรอยพวกเรามานะคะ 

Please Don't Tell โครงการมนตรลดาเขาใหญ่ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เวลาทำการ พฤหัสบดี-อังคาร 08:30-17:30 น. (ศุกร์-เสาร์ ปิด 19:30 น.) โทร. 091-996-6353

Powered by MakeWebEasy.com