แต่งบ้านสไตล์คาเฟ่ Ep.1 Stockroom คาเฟ่อบอุ่นสไตล์นอร์ดิกย่านพญาไท

แต่งบ้านสไตล์คาเฟ่ Ep.1 Stockroom คาเฟ่อบอุ่นสไตล์นอร์ดิกย่านพญาไท

ถ้าให้พูดถึงการตกแต่งภายในร้านกาแฟ หรือคาเฟ่ในเมืองไทยตอนนี้ ต้องยอมรับเลยว่า ได้รับการพัฒนาไปไกลมาก ทั้งทางด้านความสวยงาม ความหลากหลายของสไตล์การตกแต่งทั้งภายนอก และภายใน ทำให้เราได้เห็นถึงไอเดียใหม่ๆ ในการออกแบบตกแต่งภายใน ที่น่าสนใจมากมายเลยทีเดียว

สิ่งที่เราค้นพบได้จากการท่องเที่ยว และสำรวจคาเฟ่ใหม่ๆ ที่ผุดขึ้นอย่างมากมายในปัจจุบัน ทั้งในเมืองหลวง และต่างจังหวัด นอกจากจะได้พักผ่อนหย่อนใจ และถ่ายรูปสวยๆ ทำคอนเทนต์ใน social แล้ว สิ่งที่ได้ตามมาคือ ไอเดียใหม่ๆ และความหลากหลายของสไตล์การตกแต่งทั้งภายใน และภายนอกร้าน ซึ่งเราเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลอย่างมาก ในการสร้างแรงบันดาลใจ ที่จะนำไอเดียไปปรับใช้กับการตกแต่งที่อยู่อาศัยของตนเอง

วันนี้ madoroom จะพาเพื่อนๆ ทุกคน ไปชมไอเดียการตกแต่งภายในร้านคาเฟ่สไตล์นอร์ดิกที่ลงตัวที่สุดในความคิดของพวกเรา ชื่อร้าน Stockroom ตั้งอยู่ในเขตพญาไท ซึ่งย่านนี้ยังไม่มีคาเฟ่สไตล์นอร์ดิกมาก่อน น่าสนใจใช่มั้ยล่ะคะ ถ้าพร้อมแล้ว ไปชมกันเลยค่ะ

เริ่มกันด้วยภาพจากด้านหน้าของตัวร้านกันก่อน ด้วยพื้นฐานของการตกแต่งสไตล์นอร์ดิก หรือเรียกอีกแบบหนึ่งว่า สไตล์สแกนดิเนเวีย เป็นการอออกแบบสภาพแวดล้อมให้กับพื้นที่นั้น เกิดบรรยากาสที่ผ่อนคลาย อบอุ่น และรู้สึกได้ถึงช่วงเวลาแห่งการพักผ่อน

อาจคุมโทนด้วย สีเหลือง สีส้ม สีน้ำตาลจากสีของไม้ตามธรรมชาติ และสีเอิร์ทโทน เช่น cream sand tan beige ivory camel และที่ขาดไม่ได้เลย คือสีโทนเขียว ตัวแทนของความเป็นธรรมชาติ ที่จะเข้ามาช่วยสร้างความสดชื่น และผ่อนคลายให้พื้นที่นั้นๆ อาจเพิ่มความน่าสนใจ และสร้างจุดเด่นที่แปลกใหม่ ด้วยสีอื่นๆ เพียงเล็กน้อย

 

ภายในร้านบริเวณด้านหน้าเป็นกระจกบ้านใหญ่ ที่ช่วยให้แสงธรรมชาติสาดเข้ามาภายในร้านได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเรื่องของแสง เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญมากๆ ในการตกแต่งภายใน การที่ภายในบ้าน หรือร้านของเรา มีแสงรรรมชาติสาดเข้ามาอย่างเพียงพอ จะช่วยสร้างความสว่างสไว และเสริมสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นได้เป็นอย่างดี

 

ภายในร้านปูด้วยพื้นไม้ทั้งหมด เป็นโทนสี Tan อ่อนๆ เข้ากับเฟอร์นิเจอร์อื่นๆ ได้อย่างลงตัว ภาพรวมภายในร้านเป็นโทนสีนุ่มๆ เบจ ขาว และไม้เป็นหลัก และการออกแบบที่น่าสนใจอีกส่วนหนึ่งที่เราอยากนำเสนอคือ ในส่วนของ texture บนผนัง ซึ่งเดี๋ยวเราจะมาพูดถึงกันในภาพต่อๆ ไปค่ะ

 

เพดานที่สูง มักได้เปรียบในเรื่องของความรู้สึกโปร่งสบาย ไม่อึดอัด และยังสามารถเลือกโคมไฟสำหรับตกแต่งได้หลากหลายรูปแบบอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีสเปซให้กับต้นไม้ทรงสูงได้อย่างสมส่วน  

ฝ้าเพดานของร้านเป็นลักษณะของการฉาบปูนแบบเรียบง่าย ในโทนสีเดียวกันกับผนัง ซึ่งมีจุดเด่นในเรื่องความไม่เรียบร้อย แต่ออกมามีสไตล์มากๆ และตกแต่งฝ้าเพิ่มเติมด้วยคานไม้ตรงบริเวณแกนกลางของตัวตึก เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์ในแบบของนอร์ดิก

 

อีกฝั่งหนึ่งภายในร้าน เจาะช่องเป็นหน้าต่างบานสูงทั้งหมดสองบาน ขอบวงกบเป็นไม้ทรงสี่เหลี่ยมขอบมน ให้ความรู้สึกอ่อนโยน บริเวณนี้ทำเป็นม้านั่งไม้ยาวกรุด้วยเบาะสีเขียวตุ่น จะสั่งเกตุได้ว่า ผนังภายในร้านทั้งหมดมีการฉาบที่ไม่เรียบร้อย เป็นการสร้าง texture แบบตั้งใจให้ออกมาหยาบๆ แต่เต็มไปด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์ในแบบของสแกนดิเนเวีย 

 

ผนังฉาบสไตล์ลอฟท์ในโทนสี beige ที่ไม่เหมือนใคร เป็นความไม่เรียบร้อยที่ละมุน และลงตัวไปกับงานไม้ เพิ่มความสดชื่นด้วยต้นไม้สีเขียวเข้ม ที่ตั้งบริเวณริมหน้าต่าง เพื่อให้แสงส่องถึง ส่งผลให้ต้นไม้ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอสำหรับการเจริญเติบโต

 

 

ผนังภายในร้านบริเวณนี้ทำให้เราละสายตาไม่ได้เลยจริงๆ ผนังถูกออกแบบเป็นสองส่วน ด้านบนเป็นการฉาบสีแบบลอฟท์โทน beige และช่วงล่างใช้อิบมอญสีส้มก่อทับลงไปประมาณเศษหนึ่งส่วนสามของผนังทั้งหมด เป็นสไตล์ที่โดดเด่นและน่าสนใจมากๆ เลยค่ะ

 

ชุดโต๊ะรับประทานอาหารขนาดใหญ่ หรือโต๊ะสำหรับประชุมงาน เป็นไม้สีเดียวกันทั้งชุด โดยออกแบบให้ฝั่งนึงวางเป็นม้านั่งยาว และอีกฝั่งเป็น single wooden chair 4 ตัว ผนังด้านหลังตกแต่งด้วยชั้นวางของแบบ open สีขาวตัวใหญ่ ที่เกือบจะกลมกลืนไปกับผนังโทนสีเดียวกัน 

 

 

ความโดดเด่นของผนังฝั่งนี้คือ texture ที่หยาบ ขรุขระ ไม่เรียบเนียนตามแบบโมเดิร์นทั่วๆ ไป แต่นี่คือความตั้งใจที่จะให้เกิดความไม่เรียบร้อยที่มีสไตล์ และความดิบของปูน ที่เมื่อผสมผสานกับส่วนอื่นๆ แล้ว กลายเป็นความลงตัวได้อย่างน่าทึ่ง


มุมนี้มีการนำต้นไม้สีเขียวลำต้นสูงพอประมาณ มาวางคู่กัน เปรียบเสมือนเส้นกั้นแบ่งเขต ระหว่างโซนด้านหน้า กับด้านหลัง นอกจากต้นไม้ที่เป็นเหมือนเส้นแบ่งแล้ว เทคนิคอีกอย่างในการแบ่งโซนใช้สอยภายในบ้าน คือการปูพื้นด้วยวัสดุที่แตกต่างกัน หรือใช้โทนสีที่แตกต่างกันนั่นเอง

 

จะเห็นได้ว่าโซนถัดไปด้านในของตัวร้าน ได้รับการปูพื้นด้วยไม้ลามิเนตสีอ่อน เพื่อให้แตกต่างจากโซนด้านหน้า ในภาพก่อนหน้านี้ที่ใช้กระเบื้องลายลอฟท์สีนู๊ด ซึ่งเป็นโทนที่ใกล้เคียงกัน 

 

โซนที่นั่งบริเวณนี้ทอดยาวไปยังด้านหลัง จนถึงบันไดสีขาวนวล คุมโทนสีได้เนียนตามากๆ ทำให้บรรยากาศ cozy มากๆ เลยทีเดียว

 

โคมไฟดวงจันทร์ส่องสว่างเรียงกันสามดวง บนผนังสีขาวที่มีเทคเจอร์หยาบ ราวกับแผนที่โลก 

 

มุมมองจากด้านใน มองออกไปที่ด้านหน้า ทำให้เราเห็นถึงองค์ประกอบที่สมดุลของการจัดวางเฟอร์นิเจอร์ การเปิดทางให้แสงธรรมชาติ ด้วยกระจกบานใหญ่ ที่ตอนนี้เปรียบเสมือนเฟรมของรูปภาพขนาดใหญ่ ที่มีโคมไฟลูกโลกกระดาษเป็นจุดศูนย์กลาง

 

ทางออกไปสู่มุมด้านหลังของตัวร้าน ถูกออกแบบให้เป็นผนังประตูหลอกทรงโค้ง กรุด้วยกระจกฝ้า และฉาบปูนสไตล์ลอฟท์รอบๆ กรอบประตู ให้เป็นสีเขียวโอลีฟ ซึ่งเป็นสีที่เชื่อมโยงกับส่วนต่างๆ ของการตกแต่งอีกด้วย

 

มาถึงการออกแบบตัวเคาน์เตอร์กันบ้างค่ะ ต้องบอกก่อนเลยว่า เรารู้สึกประทับใจกับการดีไซน์ในส่วนนี้มากๆ มีการปั้นบัวให้เป็นกรอบสี่เหลี่ยมลงบนแผ่นปูนแต่ละแผ่น ตั้งใจให้ออกมาเหมือนไม้ที่ใช้สร้างเป็นฝาบ้าน หรือผนังบ้านทรงไทยสมัยโบราณ และนำมาขี้นรูปเรียงตัวกันเป็นแผง ในโทนสีครีมเทา ทำให้กลมกลืนไปกับสีเขียว และสีธรรมชาติของไม้ได้อย่างลงตัวมากๆ ซึ่งเทคนิคการออกแบบนี้ เราจะเห็นได้จากด้านหน้าของตัวร้านอีกด้วย

 

ชั้นวางของที่ออกแบบเป็นชั้นไม้แบบโปร่งสไตล์นอร์ดิก ที่ผสมผสานความเป็นญี่ปุ่นเบาๆ ต่อเติมออกมาจากเคาน์เตอร์ นอกจากใช้ประโยชน์เป็นชั้นวางของโชว์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นแผงกั้นแบ่งโซนอีกด้วย

 

ดีไซน์ที่มีความผสมผสาน และร่วมสมัย สร้างเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร

 

มุมนี้ทางเราให้ 10/10 เลยค่ะ เป็นการจัดมุมพักผ่อน หรือมุมรับประทานอาหารได้มีสไตล์มากๆ นั่งถ่ายรูปมุมนี้บอกเลยว่าปัง เนื่องจาก compose ลงตัวมากๆ 

 

มุมนี้เป็นอีกมุมที่ห้ามพลาดเลยทุกคน ถ้านำไอเดียไปแต่งบ้าน มุมนี้ก็เปรียบเสมือนเป็นมุมรับแขกเลยก็ว่าได้ เพราะอยู่บริเวณโซนด้านหน้า ใกล้หน้าต่างบานใหญ่ถึงสองบาน แสงเข้าดีมาก มีต้นไม้เขียวๆ ให้นั่งมอง ฮีลใจสุดๆ โทนสีตรงมุมนี้ เน้น เขียว น้ำตาล เบจ เป็นหลัก

 

มาดูมุมหลังบ้านกันหน่อยค่ะ โซนนี้เหมือนจะ outdoor แบบเปิดโล่ง แต่จริงๆ เป็นหลังคากระจกใส ให้แสงแดดเข้ามาเต็มๆ เลยค่ะ ทำให้ภายในสว่างขึ้นมากๆ 

 

บันไดทางขึ้นไปสตูดิโอชั้นสอง ออกแบบให้มีความดิบด้วยการทุบกำแพงปูน เผยให้เห็นอิฐแดงด้านในแบบเรียลๆ 

 

หลังคากระจก เปิดทางให้แสงเข้าแบบเต็มๆ ถ่ายรูปยังไงก็สวยปังแน่นอนค่ะ

 

ด้านข้างกำแพงเว้นช่องปูน เป็นรางยาวไว้สำหรับวางกระถางต้นไม้ เวลารดน้ำต้นไม้ น้ำจะได้ไม่ไหลลงบนที่นั่งที่ออกแบบเป็นบาร์ซีเมนต์ยาวขนานไปกับกำแพง

 

อีกด้านของโซนนี้ก็จัดได้น่ารัก สดใส มากๆ เปิดสีสันด้วยต้นส้ม ที่ตัดกับใบเขียวๆ ดูสดชื่นสุดๆ ผนังด้านหลังยังคงคอนเซปท์ความหยาบแต่มีสไตล์เหมือนเดิม

 

ผนังด้านนี้ตกแต่งด้วยกระจกทรงผอมสูง สะท้อนการออกแบบของอีกฝั่งอย่างน่าสนใจ


 

มาถึงเมนูเครื่องดื่ม และขนมที่เราลองสั่งมาทาน ต้องบอกเลยว่า ไมได้สวยแค่ร้านอย่างเดียวนะ เครื่องดื่มมัทฉะลาเต้ และครัวซองค์อัลมอนด์ที่นี่ยังดีมากอีกด้วยค่ะ และความน่ารักของบาริสต้า ที่เสิร์ฟเครื่องดื่ม signature ของทางร้านให้เราได้ลองชิมเป็นพิเศษ ชื่อว่า Sangria เป็นเครื่องดื่มผลไม้มิกซ์แบบใสๆ ดื่มแล้วสดชื่นมากทุกคน รสชาติไม่ได้เปรี้ยว หรือหวานโดดไปทางใดทางหนึ่ง แต่เป็นโน๊ตที่ให้ความรู้สึกเฟรซ และสดชื่นจริงๆ ลงตัวมากๆ ควรค่าแก่การลองซักครั้งนะทุกคน

 

Matcha latte นี่ต้องสั่งมากๆ ค่ะ แนะนำเลย เกรดชาพรีเมี่ยมไม่ติดขมเลย ทานง่ายมาก ใครชอบหวานน้อยกว่าปกติ แจ้งได้เลยนะคะ ส่วนตัวทานหวาน 50% กำลังดีเลยค่ะ 

 

ครัวซองต์ อัลมอนด์ ชิ้นใหญ่มากก texture ด้านนอกกรอบกำลังดี ด้านในนุ่ม หอมเนยสุดๆ ทานคู่กับมัทฉะ รับประกันความฟินค่ะ

 

ปิดท้ายกันด้วยความสดใสของผลไม้สีส้มเหลือง ที่วางในตะกร้าสแตนเลสทรงตะกร้อที่ทันสมัยบนโต๊ะอาหาร เสริมสร้างบรรยากาศที่สดใส และเติมเต็มความเป็นบ้านได้อย่างครบถ้วน 

หวังว่าเพื่อนทุกๆ คน จะได้ไอเดียดีๆ จากการทัวร์คาเฟ่ครั้งนี้ และนำไปปรับใช้กับการตกแต่งบ้านกันอย่างสนุกสนานนะคะ แล้วพบกันใหม่ Ep หน้าค่ะ ^^

 

ขอบคุณสำหรับข้อมูล และสถานที่

น้อยมายด์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งร้าน Stockroom cafe 

 IG : stockroom

 

 

 

 

 

Powered by MakeWebEasy.com